สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่าประเทศสมาชิกสนับสนุนให้เร่งปล่อยน้ำมันสำรองตามมาตรการร่วมที่ตกลงไว้เมื่อเดือนมีนาคม และให้ความสำคัญกับการปล่อยสต็อกดีเซลเท่าที่ทำได้ เนื่องจากตลาดดีเซลยังตึงตัว

ตัวเลขราว 100 ล้านบาร์เรลไม่ใช่การเพิ่มน้ำมันสำรองชุดใหม่ทั้งหมดจากมาตรการเดิม IEA ระบุว่ามีการปล่อยน้ำมันภายใต้แผนเดือนมีนาคมแล้วประมาณ 325 ล้านบาร์เรล และหากส่งมอบส่วนที่ประเทศสมาชิกเคยให้คำมั่นไว้แต่ยังไม่ออกสู่ตลาดครบ จะมีน้ำมันเข้าสู่ตลาดอีกราว 100 ล้านบาร์เรล จากกรอบเดิม 400 ล้านบาร์เรล

ตลาดยังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านการขนส่งมากกว่าผลระยะสั้นจากการปล่อยสำรอง เช้าวันที่ 8 ตุลาคม Reuters รายงานว่า Brent เพิ่มขึ้น 1.33 ดอลลาร์เป็น 101.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์เป็น 89.39 ดอลลาร์ ณ เวลา 01:16 GMT หลังการโจมตีและเหตุคุกคามต่อเรือในอ่าวเปอร์เซียกับช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม

Reuters ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซเคยรองรับการขนส่งคิดเป็นประมาณ 20% ของน้ำมันและเชื้อเพลิงโลกก่อนสงคราม ขณะที่ AP รายงานว่า Brent เคลื่อนไหวใกล้ 100 ดอลลาร์ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ท่ามกลางความขัดแย้งในเยเมนและความเสี่ยงต่อเส้นทางส่งออกทางเลือก จึงยังมีแรงกดดันต่อค่าขนส่งและราคาพลังงานแม้ผู้ผลิตพยายามรักษาปริมาณส่งออก

IEA ระบุว่าสมาชิกยังถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินของภาครัฐราว 1.1 พันล้านบาร์เรล ซึ่งรวมดีเซลมากกว่า 200 ล้านบาร์เรล แต่ยังไม่ได้แจกแจงว่าส่วนที่เร่งปล่อยจะเป็นน้ำมันดิบและดีเซลอย่างละเท่าใด ประเทศสมาชิกมีกำหนดประเมินสถานการณ์อีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการบริหารสัปดาห์หน้า ดังนั้นปริมาณและจังหวะส่งมอบจริงยังต้องติดตามต่อ