กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2026 ว่าบริษัทพลังงานรัฐ CPC มีความคืบหน้าสำคัญในการหารือกับผู้พัฒนาโครงการ Alaska LNG หลังเจรจาและประเมินโครงการมาเกือบหนึ่งปีครึ่ง แผนปัจจุบันระบุว่า CPC อาจซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวปีละ 6 ล้านเมตริกตันเมื่อโครงการผลิตได้ และเข้าร่วมลงทุนพัฒนาโครงการด้วยวงเงินสูงสุดประมาณ 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขดังกล่าวเป็นแผนและกรอบการลงทุนที่กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันรายงาน ไม่ใช่การยืนยันว่าทุกเงื่อนไขทางการค้าสิ้นสุดแล้ว กระทรวงระบุว่ารายละเอียดการลงทุน สัดส่วนการถือหุ้น และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องยังต้องเจรจาต่อ รวมทั้งผ่านขั้นตอนศึกษากับพิจารณางบประมาณภายในของ CPC จึงควรแยกความคืบหน้าการเจรจาออกจากสัญญาซื้อขายที่มีผลผูกพันครบถ้วน

ข่าวนี้ได้รับความสนใจหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในงานที่รัฐอะแลสกาว่าไต้หวันตกลงจะซื้อก๊าซประมาณ 30% จากโครงการท่อส่งและส่งออก Alaska LNG ขณะที่คำชี้แจงของกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันให้รายละเอียดที่ตรวจสอบได้มากขึ้น ได้แก่ ปริมาณซื้อ 6 ล้านตันต่อปี วงเงินลงทุนสูงสุด 4.4 พันล้านดอลลาร์ และเป้าหมายเริ่มส่งก๊าซได้เร็วที่สุดในปี 2032 หากโครงการเดินหน้าตามแผน ทั้งนี้ Reuters ระบุว่ากระทรวงไม่ได้ยืนยันว่ามีการลงนามสัญญาซื้อขายขั้นสุดท้ายแล้ว

ภูมิหลังของโครงการคือ Alaska LNG มีแผนผลิตและส่งออกก๊าซจากรัฐอะแลสกาไปยังตลาดต่างประเทศ โดยต้องอาศัยท่อส่งระยะไกลและสถานีแปรสภาพก๊าซให้เป็น LNG เพื่อขนส่งทางเรือ ผู้พัฒนาโครงการตั้งเป้าตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายสำหรับท่อส่งภายในปี 2026 และส่วนส่งออกในปี 2027 โดยตั้งเป้าส่งออก LNG ครั้งแรกในปี 2031 ตามข้อมูลที่ Reuters รายงาน แผนดังกล่าวมีขนาดใหญ่และต้องใช้เงินทุนสูง จึงยังมีข้อสงสัยในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับต้นทุนและความคุ้มค่าทางการค้า

สำหรับไต้หวัน การซื้อก๊าซจากอะแลสกาอาจเพิ่มทางเลือกด้านแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่ง กระทรวงเศรษฐกิจระบุว่าเส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกสามารถส่ง LNG ถึงไต้หวันได้โดยตรง และอาจช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางหรือแหล่งจัดหาเพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ผลจริงจะขึ้นกับราคาซื้อ เงื่อนไขสัญญา ระยะเวลาการก่อสร้าง และความสามารถของโครงการในการผลิตได้ตามกำหนด

ประเด็นที่ควรติดตามต่อ ได้แก่ การตกลงสัญญาซื้อขายที่มีผลผูกพัน การอนุมัติงบลงทุนและสัดส่วนการถือหุ้น การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายของผู้พัฒนา และกำหนดเริ่มก่อสร้างท่อกับสถานีส่งออก หากการเจรจายังไม่เสร็จหรือโครงการล่าช้า กำหนดรับก๊าซของไต้หวันก็อาจเปลี่ยนตามไปด้วย ข่าวนี้จึงเป็นความคืบหน้าสำคัญด้านพลังงานและการค้า แต่ยังไม่ควรสรุปว่าไต้หวันได้สั่งซื้อก๊าซครบตามตัวเลขที่ทรัมป์กล่าว หรือว่าโครงการก่อสร้างเริ่มแล้ว