Google จับมือ Constellation เพิ่มไฟฟ้านิวเคลียร์ 890 MW รองรับศูนย์ข้อมูลและ AI
ข้อตกลง 20 ปีจะอัปเกรดเตาปฏิกรณ์เดิม 11 หน่วยในสามรัฐ เพิ่มกำลังผลิตใหม่ 890 เมกะวัตต์ ส่วนสัญญาอีก 2,700 เมกะวัตต์ไม่ผูกกับแหล่งผลิตเฉพาะ

Google และ Constellation Energy ประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2026 ว่าจะทำสัญญาซื้อไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี เพื่อให้อัปเกรดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้งานอยู่ 11 หน่วยในโรงไฟฟ้า 6 แห่งของรัฐอิลลินอยส์ เพนซิลเวเนีย และนิวเจอร์ซีย์ โครงการนี้มีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตใหม่ 890 เมกะวัตต์ให้โครงข่าย PJM และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าเดิม ไม่ใช่การสร้างเตาปฏิกรณ์ใหม่ 11 เครื่อง
การอัปเกรดหรือ uprate ครอบคลุมอุปกรณ์อย่างกังหัน เครื่องกำเนิดไอน้ำ และระบบควบคุมดิจิทัล Constellation ระบุว่าจะลงทุนมากกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ โดยโรงแรกคาดว่าจะเริ่มส่งกำลังผลิตส่วนเพิ่มในปี 2028 ส่วน Google ระบุว่าโครงการทั้งหมดวางแผนแล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2032 ตัวเลขและกำหนดการเหล่านี้ยังเป็นแผนงานที่ต้องดำเนินการให้สำเร็จ
ข้อตกลงอีกส่วนหนึ่งเป็นสัญญาจัดหาพลังงาน 15 ปี ขนาด 2,700 เมกะวัตต์ในตลาด PJM แต่ Reuters ระบุว่าส่วนนี้ไม่ได้ผูกกับแหล่งผลิตชนิดใดชนิดหนึ่ง ดังนั้นกำลังไฟรวมราว 3,590 เมกะวัตต์จากสองส่วนจึงไม่ควรถูกเรียกทั้งหมดว่าเป็นไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่วนที่ยืนยันชัดว่าเกิดจากการอัปเกรดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คือ 890 เมกะวัตต์
ดีลเกิดขึ้นในช่วงที่การสร้างศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลผลักความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้น ขณะที่ตลาด PJM ซึ่งครอบคลุมหลายรัฐของสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันด้านกำลังผลิต Google และ Constellation วางกรอบแนวคิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่จัดหากำลังผลิตเพิ่มเข้าระบบไปพร้อมกับความต้องการใหม่ แต่ประกาศไม่ได้ระบุว่าไฟฟ้าทุกเมกะวัตต์จะถูกส่งตรงไปยังศูนย์ข้อมูลแห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ
ทั้งสองบริษัทยังวางแผนใช้ Google Cloud และ Gemini Enterprise ช่วยงานด้านข้อมูลกับการดำเนินงานพลังงาน ประเด็นนี้สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการขยายระบบ AI กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า อย่างไรก็ดี ประโยชน์ด้านประสิทธิภาพที่บริษัทคาดหวังยังเป็นเป้าหมายในอนาคต ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว ณ วันที่ประกาศ
