ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Newsmax เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคมว่า สหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับรัสเซียและจีนเกี่ยวกับการลดอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่าเขาอยากเห็นการปลดอาวุธหากทำได้ และเชื่อว่าจีนอาจไล่ทันสหรัฐฯ ในขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ภายในห้าปี สำนักข่าว Reuters รายงานคำกล่าวดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดสาธารณะที่ยืนยันกรอบการเจรจา ผู้แทนที่เข้าร่วม กำหนดเวลา หรือข้อเสนอที่ทั้งสามฝ่ายตกลงร่วมกัน จึงควรเข้าใจว่าเป็นคำกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับการติดต่อหารือ ไม่ใช่การประกาศข้อตกลงปลดอาวุธแล้ว
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ข่าวคำกล่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ในช่วงซึ่งข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียสิ้นสุดลงเมื่อต้นปี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า New START ซึ่งลงนามในปี 2010 ได้รับการขยายเวลาแล้วครั้งหนึ่งจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ข้อตกลงกำหนดเพดานอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ที่ประจำการและระบบนำส่งบางประเภท การสิ้นสุดของข้อตกลงทำให้ทั้งสองประเทศไม่มีกรอบสนธิสัญญาฉบับนี้คอยกำหนดเพดานร่วมกันในช่วงต่อจากนี้
ข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม หรือ SIPRI ช่วยอธิบายว่าทำไมการพูดคุยจึงมีความซับซ้อน รายงานปี 2026 ประเมินว่า ในเดือนมกราคมมีหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลกประมาณ 12,187 หัวรบ โดยสหรัฐฯ และรัสเซียรวมกันครอบครองเกือบร้อยละ 86 ของทั้งหมด ขณะเดียวกัน จีนกำลังขยายคลังอาวุธของตน และ SIPRI ประเมินจำนวนหัวรบของจีนเพิ่มจากประมาณ 600 เป็น 620 หัวรบระหว่างปี 2025 ความแตกต่างของขนาดคลังอาวุธและวิธีนับหัวรบที่ประจำการ หัวรบสำรอง และหัวรบที่รอรื้อถอน ทำให้การกำหนดว่าใครควรลดเท่าใดเป็นโจทย์ทางการทูตและเทคนิคที่ยาก
การมีจีนร่วมในกรอบเจรจาอาจทำให้ข้อตกลงในอนาคตครอบคลุมมหาอำนาจนิวเคลียร์มากขึ้น แต่ก็มีคำถามสำคัญ เช่น จะกำหนดเพดานเดียวกันหรือใช้เป้าหมายตามขนาดคลังอาวุธ จะตรวจสอบข้อมูลของแต่ละประเทศอย่างไร และจะสร้างความเชื่อมั่นเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตึงเครียดได้อย่างไร สนธิสัญญาควบคุมอาวุธที่ผ่านมาอาศัยทั้งข้อจำกัดเชิงตัวเลข การแลกเปลี่ยนข้อมูล และกลไกตรวจสอบ การเจรจาครั้งใหม่จึงต้องทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่ากติกามีความสมดุลและตรวจสอบได้
สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือการยืนยันรายละเอียดจากทำเนียบขาว กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ หรือรัฐบาลจีนและรัสเซีย รวมถึงการประกาศว่ามีการเจรจาอย่างเป็นทางการหรือไม่ และจะมีการหารือเรื่องการตรวจสอบคลังอาวุธหรือการควบคุมระบบนำส่งด้วยหรือไม่ หากยังไม่มีเอกสารหรือถ้อยแถลงจากอีกสองประเทศ การประเมินความคืบหน้าควรยึดคำกล่าวของทรัมป์เป็นข้อมูลตั้งต้นที่รายงานโดย Reuters ไม่ควรสรุปว่ารัสเซียและจีนยอมรับข้อเสนอหรือว่าการลดอาวุธได้เริ่มต้นแล้ว
เหตุที่ข่าวนี้เป็นกระแสจึงไม่ได้อยู่ที่การมีข้อตกลงใหม่เกิดขึ้นแล้ว แต่อยู่ที่คำกล่าวถึงการติดต่อกับคู่แข่งนิวเคลียร์รายใหญ่ ในเวลาที่กรอบ New START หมดอายุและการแข่งขันด้านอาวุธยังดำเนินต่อไป ขั้นตอนถัดไปที่มีน้ำหนักจะต้องปรากฏเป็นคำยืนยันจากหลายฝ่าย รายละเอียดการเจรจา และกลไกตรวจสอบที่ชัดเจน



