โครงการโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกที่เวียดนามเป็นเจ้าของกำลังถูกจับตาอีกครั้ง หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ว่า เป้าหมายเริ่มทดลองผลิตในปี 2570 อาจทำได้ไม่ทันเวลา อย่างไรก็ตาม Viettel ผู้พัฒนาโครงการยืนยันกับรอยเตอร์ว่า งานยังดำเนินเป็นระยะตามแผนและข้อกำหนดทางเทคนิค จึงยังไม่อาจสรุปจากรายงานนี้เพียงอย่างเดียวว่าโครงการถูกหยุดหรือยกเลิก
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเทคโนโลยีขั้นสูงฮวาลัก ชานกรุงฮานอย บนพื้นที่ประมาณ 27 เฮกตาร์ และเริ่มพิธีเปิดการก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 รัฐบาลเวียดนามระบุในเวลานั้นว่า โรงงานจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติสำหรับการวิจัย ออกแบบ ทดสอบ และผลิตชิป เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ โทรคมนาคม อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง ยานยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ และระบบอัตโนมัติ
จุดที่ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจคือความแตกต่างระหว่างภาพเป้าหมายที่ประกาศเมื่อต้นปีกับความคืบหน้าที่รอยเตอร์ตรวจพบล่าสุด ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ซึ่งไปยังพื้นที่เมื่อสัปดาห์ก่อนระบุว่า บริเวณโครงการยังปกคลุมด้วยพืชและยังไม่มีอาคารก่อสร้าง ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมจากเดือนมกราคมและตุลาคมก็ยังไม่แสดงสิ่งปลูกสร้าง รายงานอ้างแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องโดยตรงว่า เป้าหมายทดลองผลิตปี 2570 มีแนวโน้มล่าช้า เพราะ Viettel ยังขาดประสบการณ์สร้างโรงงานผลิตชิปและมีอุปสรรคด้านขั้นตอนขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาล
แต่อีกด้านหนึ่ง Viettel ให้คำชี้แจงอย่างเป็นทางการแก่รอยเตอร์ว่า โครงการ “ดำเนินไปตามแผนและกำหนดการที่วางไว้” และกิจกรรมต่าง ๆ ถูกแบ่งทำเป็นช่วงตามข้อกำหนดทางเทคนิค บริษัทบอกว่าจะเปิดเผยความคืบหน้าเพิ่มเติมในเวลาที่เหมาะสม ส่วนกระทรวงการคลังเวียดนามไม่ได้ตอบคำถามของรอยเตอร์ จึงยังไม่มีกรอบเวลาใหม่จากรัฐบาลที่นำมาเทียบกับเป้าหมายเดิมได้
ประเด็นสำคัญอีกข้อคือเครื่องจักรลิโทกราฟี ซึ่งใช้พิมพ์ลวดลายวงจรลงบนแผ่นซิลิคอน รอยเตอร์อ้างบุคคลสามรายที่เกี่ยวข้องว่า Viettel เจรจากับ ASML บริษัทเนเธอร์แลนด์มาหลายเดือนเพื่อซื้อเครื่องลิโทกราฟีแบบ DUV แต่ยังไม่มีข้อตกลง ทั้งรอยเตอร์ยังไม่ทราบว่าเหตุใดการเจรจาจึงไม่เสร็จและเป็นเครื่องรุ่นใด ขณะที่ ASML ปฏิเสธแสดงความคิดเห็น ดังนั้นข้อมูลเรื่องการซื้อเครื่องจักรยังเป็นรายงานจากแหล่งข่าว ไม่ใช่ประกาศว่าดีลล้มเหลว
เมื่อเปิดโครงการ Viettel วางกรอบดำเนินงานระหว่างปี 2569–2573 ตั้งแต่ก่อสร้าง ถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนากระบวนการ ไปจนถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเคยนำเสนอเป้าหมายเทคโนโลยีระดับ 32 นาโนเมตร ซึ่งถือว่าท้าทายมากสำหรับผู้เริ่มผลิตชิปรายใหม่ รอยเตอร์ระบุว่า ข้อความอ้างอิงระดับ 32 นาโนเมตรถูกนำออกจากเว็บไซต์ของ Viettel ในภายหลัง และบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยพันธมิตรผู้ผลิตชิปที่มีประสบการณ์ซึ่งจะช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี
เหตุที่โครงการนี้มีความหมายต่อเวียดนามมาก เพราะปัจจุบันประเทศมีฐานประกอบ ทดสอบ และบรรจุชิปขนาดใหญ่ของ Intel, Amkor และ Hana Micron แต่ขั้นตอนผลิตแผ่นเวเฟอร์ด้านหน้าโรงงานยังเป็นช่องว่างสำคัญ รัฐบาลต้องการเติมห่วงโซ่การผลิตให้ครบและลดการพึ่งพาต่างประเทศ ขณะที่โรงงานแห่งแรกมีต้นทุนที่ทางการประเมินไว้ราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้มีสี่เรื่อง ได้แก่ การเริ่มก่อสร้างอาคารจริง การจัดสรรเงินทุนของรัฐ การประกาศพันธมิตรด้านเทคโนโลยี และสัญญาจัดหาเครื่องลิโทกราฟี หาก Viettel เปิดเผยหมุดหมายเหล่านี้พร้อมกรอบเวลาที่ตรวจสอบได้ ก็จะช่วยคลายข้อสงสัยเรื่องเป้าหมายปี 2570 ได้มากขึ้น แต่ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าที่มองเห็นได้ ความเสี่ยงต่อแผนเปิดเต็มรูปแบบภายในปี 2573 จะยิ่งถูกตั้งคำถาม
ข่าวนี้จึงไม่ใช่ข้อสรุปว่าเวียดนามล้มเหลวด้านชิป แต่เป็นบททดสอบว่าประเทศซึ่งแข็งแรงในงานประกอบและทดสอบ จะก้าวไปสู่การผลิตเวเฟอร์ที่ซับซ้อน ใช้เงินสูง และต้องพึ่งความรู้เฉพาะทางได้เร็วเพียงใด ระหว่างนี้ควรแยกให้ชัดระหว่างสิ่งที่รอยเตอร์ตรวจพบในพื้นที่ คำบอกเล่าของแหล่งข่าว และคำยืนยันจากบริษัท ซึ่งยังให้ภาพความคืบหน้าที่ต่างกัน



