ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB อนุมัติแพ็กเกจเงินทุน 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับภาคเกษตรชนบทของกัมพูชา เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง และช่วยให้เกษตรกรรายย่อยประมาณ 200,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติรับมือกับสภาพอากาศรุนแรงได้ดีขึ้น โครงการนี้ประกาศเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 และเป็นหนึ่งในการลงทุนด้านเกษตรที่สำคัญของกัมพูชาในช่วงที่ภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อนกระทบทั้งผลผลิตและรายได้ชนบท

เงิน 72 ล้านดอลลาร์ของ ADB แบ่งเป็นเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน 57 ล้านดอลลาร์ และเงินให้เปล่า 15 ล้านดอลลาร์จากกองทุนพัฒนาเอเชีย นอกจากนี้ยังมีเงินร่วมสมทบอีก 23 ล้านดอลลาร์จากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอาเซียน เงินให้เปล่า 10 ล้านดอลลาร์จากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว เงินให้เปล่า 3 ล้านดอลลาร์จากกองทุนญี่ปุ่นเพื่อเอเชียและแปซิฟิกที่มั่งคั่งและยืดหยุ่น และเงินสมทบ 4.3 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลกัมพูชา หากนับทุกส่วน วงเงินที่เกี่ยวข้องกับโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 112.3 ล้านดอลลาร์

โครงการ Smallholder Resilient Economic Development Sector Project จะทำงานใน 186 ชุมชนของ 7 จังหวัดที่ ADB ระบุว่ามีความเปราะบางสูงต่อภัยธรรมชาติ เป้าหมายไม่ได้มีเพียงเพิ่มผลผลิต แต่จะปรับปรุงระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตรเพิ่มอีก 7,000 เฮกตาร์ และฟื้นฟูถนนเข้าสู่พื้นที่เกษตรรวม 190 กิโลเมตร เพื่อให้เกษตรกรขนสินค้าไปตลาด เข้าถึงงาน และใช้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

เกษตรกรจะได้รับการฝึกอบรมและคำแนะนำเพื่อปรับวิธีผลิตให้ทนต่อสภาพอากาศผันผวน ครอบคลุมทั้งพืชไร่ พืชสวน การเลี้ยงสัตว์ปีก การเลี้ยงแมลง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โครงการยังจะให้ทุนสนับสนุนบางส่วนเพื่อช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงและปุ๋ยนำเข้า ซึ่งเป็นต้นทุนที่อ่อนไหวต่อวิกฤตราคาพลังงาน การขนส่ง และความผันผวนของตลาดโลก

เหตุที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือผู้หญิงมีสัดส่วนถึง 51% ของแรงงานภาคเกษตรกัมพูชา แต่ยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินทุน บริการสนับสนุน โอกาสทางธุรกิจ และการตัดสินใจในชุมชน ADB จึงออกแบบโครงการให้ผู้หญิงและกลุ่มเปราะบางมีบทบาทตั้งแต่การวางแผนระดับท้องถิ่น ไปจนถึงการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าและธุรกิจที่ผู้หญิงเป็นผู้นำ

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานและทักษะการผลิต โครงการยังจะสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำระบบเตือนภัยล่วงหน้าและแผนรับมือภัยพิบัติ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงและประชากรกลุ่มเปราะบางร่วมออกแบบและดำเนินงาน นี่เป็นจุดสำคัญ เพราะความเสียหายจากน้ำท่วมหรือภัยแล้งไม่ได้หยุดอยู่ที่แปลงเกษตร แต่ยังตัดเส้นทางไปตลาด ทำให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้น และกระทบความมั่นคงทางอาหารของครอบครัวชนบท

ADB ระบุว่าประชากรราว 59% ของกัมพูชาอาศัยอยู่ในชนบท ภาคเกษตรจึงยังมีบทบาทโดยตรงต่อการจ้างงาน รายได้ครัวเรือน และราคาสินค้าอาหาร เมื่อภัยร้อนจัด ภัยแล้ง และน้ำท่วมเกิดทับซ้อนกัน ระบบชลประทานที่ไม่เพียงพอและถนนที่เสียหายสามารถทำให้เกษตรกรสูญเสียทั้งผลผลิตและโอกาสขายสินค้าในเวลาเดียวกัน การลงทุนครั้งนี้จึงพยายามแก้ปัญหาตั้งแต่แหล่งน้ำ การผลิต ไปจนถึงการขนส่งและตลาด

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ 7 จังหวัดใดจะได้รับการจัดลำดับก่อน การก่อสร้างระบบชลประทานและถนนจะเริ่มเมื่อใด และเกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเงินสนับสนุนกับการฝึกอบรมได้อย่างโปร่งใสเพียงใด อีกตัวชี้วัดที่สำคัญคือจำนวนผู้หญิงที่ได้เป็นผู้นำกลุ่มเกษตรหรือขยายธุรกิจจริง ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

หากดำเนินการได้ตามแผน โครงการนี้อาจเปลี่ยนคำว่า “เกษตรทนสภาพอากาศ” จากแนวคิดเชิงนโยบายให้กลายเป็นระบบน้ำ ถนน ความรู้ และเงินทุนที่เกษตรกรใช้ได้จริง แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการเลือกพื้นที่ การดูแลโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว และการทำให้เกษตรกรรายเล็กกับผู้หญิงไม่ถูกทิ้งไว้ท้ายสุดของกระบวนการ