ฝนที่ตกหนักตลอดคืนทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตเผชิญน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2569 โดยจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือพื้นที่ป่าตอง อำเภอกะทู้ ซึ่งมวลน้ำพัดพาดิน โคลน หิน และเศษวัสดุลงสู่ถนนและชุมชน บางช่วงของเส้นทางมีน้ำท่วมขังจนรถขนาดเล็กสัญจรลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเปิดทางน้ำและนำสิ่งกีดขวางออกจากผิวจราจร
สำนักข่าว AP รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า ทั้งสามอำเภอของภูเก็ต ได้แก่ เมืองภูเก็ต กะทู้ และถลาง ได้รับผลกระทบจากฝนหนักครั้งนี้ มีบ้านเรือนประมาณ 100 หลังได้รับผลกระทบ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มลดลงในช่วงสาย แต่พื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งยังมีน้ำขังและต้องเฝ้าระวังหากมีฝนระลอกใหม่
ด้านไทยพีบีเอสรายงานว่า ฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่ช่วงกลางดึก ก่อนเกิดน้ำป่าหลากเข้าสู่ถนนหลายสายในป่าตองราวตีหนึ่ง กระแสน้ำพัดรถจักรยานยนต์บางคันสูญหาย แม้น้ำจะลดลงภายหลัง แต่โคลนและเศษวัสดุยังเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางและการทำความสะอาด ภาพรวมจึงไม่ใช่เพียงน้ำรอระบายในเมือง แต่มีความเสี่ยงจากน้ำที่ไหลลงจากพื้นที่ลาดชันอย่างรวดเร็วด้วย
คำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาในวันที่ 26 ตุลาคมระบุว่า ภาคใต้ควรระวังฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม กรมอุตุนิยมวิทยายังประเมินว่าฝนหนักในภาคใต้อาจเกิดต่อเนื่องไปจนถึงวันพุธที่ 28 ตุลาคม จึงยังเร็วเกินไปที่จะถือว่าสถานการณ์สิ้นสุดเพียงเพราะระดับน้ำบางจุดลดลงแล้ว
เหตุการณ์นี้กำลังเป็นข่าวเพราะภูเก็ตเป็นทั้งเกาะท่องเที่ยวสำคัญและเมืองที่มีชุมชนหนาแน่นอยู่ใกล้เนินเขา เมื่อฝนตกหนักในเวลาสั้น น้ำจากพื้นที่สูงสามารถไหลลงสู่ถนนและย่านชุมชนได้รวดเร็ว ขณะที่ใบไม้ ขยะ ดิน และกิ่งไม้ที่ไหลมากับน้ำอาจอุดตันท่อหรือคลองระบายน้ำ ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น การเดินทางไปสนามบิน โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่พักอาศัยจึงอาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน แม้สนามบินยังไม่ได้มีรายงานว่าปิดให้บริการจากเหตุการณ์นี้
สำหรับผู้ที่อยู่ในภูเก็ตหรือมีแผนเดินทางในช่วงสองวันนี้ สิ่งสำคัญคือไม่ขับรถฝ่าน้ำที่ไหลแรงหรือพื้นที่ซึ่งมองไม่เห็นพื้นถนน รถยนต์นั่งขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมขัง ตรวจสอบประกาศจากจังหวัด ตำรวจจราจร และกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนออกเดินทาง ผู้ที่พักใกล้เชิงเขาหรือทางน้ำควรสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำเปลี่ยนเป็นสีขุ่นเข้ม ระดับน้ำเพิ่มเร็ว เสียงหินหรือกิ่งไม้ไหลมากับน้ำ และควรย้ายออกจากจุดเสี่ยงทันทีเมื่อได้รับคำเตือน
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปมีอย่างน้อยสามด้าน ด้านแรกคือปริมาณฝนระลอกใหม่และจุดเสี่ยงดินถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชันของอำเภอกะทู้ ด้านที่สองคือการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และระบบสาธารณูปโภค ซึ่งตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงทุกพื้นที่ และด้านสุดท้ายคือการระบายน้ำและเปิดเส้นทางในจุดที่มีโคลนหรือวัสดุทับถม
แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนว่า “น้ำลด” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัยแล้ว” เพราะถนนอาจลื่น พื้นทางอาจถูกกัดเซาะ ท่อระบายน้ำอาจยังอุดตัน และฝนอาจกลับมาตกหนักได้อีก การติดตามข้อมูลทางการแบบใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเสี่ยงขับฝ่าน้ำจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในช่วงนี้



