ข้อเสนอ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังกรมสรรพสามิตเสนอกรอบใช้เงินกู้ 6,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ซื้อรถกระบะใหม่คันละ 40,000 บาท เป้าหมาย 150,000 คัน ขณะที่ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่ากระทรวงการคลังกำลังพิจารณาแนวทาง trade-in สำหรับรถกระบะ
จุดที่ต้องย้ำที่สุดคือ โครงการนี้ยังเป็น “ข้อเสนอที่อยู่ระหว่างพิจารณา” ไม่ใช่มติอนุมัติ และยังไม่มีการเปิดลงทะเบียน ประชาชนจึงยังใช้สิทธิ 40,000 บาทไม่ได้ ไม่ควรวางเงินจอง ซื้อรถใหม่ หรือยกเลิกทะเบียนรถเก่าเพียงเพราะเห็นรายละเอียดร่างโครงการในข่าว ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการที่ระบุวันเริ่ม เงื่อนไข และช่องทางสมัครก่อน
รายละเอียดที่สื่อเศรษฐกิจหลายแห่งรายงานตรงกันระบุว่า ข้อเสนอจำกัดสิทธิบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุอย่างน้อย 20 ปี คนละหนึ่งคัน รถเก่าต้องจดทะเบียนก่อนปี 2555 เป็นรถประเภท รย.1 รย.2 หรือ รย.3 มีชื่อเจ้าของตรงกับเล่มทะเบียน ตรวจสอบเลขเครื่องและหมายเลขตัวถังได้ เสียภาษีครบ และไม่ติดไฟแนนซ์หรือถูกอายัด
รถใหม่ตามข้อเสนอจะต้องเป็นรถกระบะหรือรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุกแบบ PPV ที่ผลิตในประเทศไทย เครื่องยนต์ผ่านมาตรฐานยูโร 5 หรือยูโร 6 ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 185 กรัมต่อกิโลเมตร และรองรับ B20 หรือเป็นรถเทคโนโลยี xEV เงินสนับสนุนจากรัฐ 40,000 บาทถูกออกแบบให้ใช้ร่วมกับส่วนลดจากผู้ผลิต เพื่อนำไปหักราคารถหรือเป็นส่วนหนึ่งของเงินดาวน์
กระบวนการที่เสนอไม่ได้หมายถึงนำรถเก่าไปจอดทิ้งแล้วรับส่วนลดทันที ดีลเลอร์ต้องตรวจเอกสารและหมายเลขตัวถัง นำป้ายทะเบียนและเอกสารไปแจ้งเลิกใช้รถตลอดไป ส่งรถเข้าโรงงานกำจัดซากที่ได้รับการรับรอง และออกใบรับรองการทำลายซาก ก่อนที่ผู้ผลิตจะยื่นเอกสารเพื่อเบิกเงินสนับสนุน กลไกนี้มีเป้าหมายป้องกันรถเก่ากลับมาวิ่งหรือถูกสวมทะเบียน
เหตุผลที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจมีสองด้าน ด้านแรก ตลาดรถกระบะไทยชะลอตัวและสินเชื่อเช่าซื้อเข้มงวด ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากเข้าถึงสินเชื่อยาก ด้านที่สอง รัฐต้องการปลดระวางรถเครื่องยนต์เก่าที่ปล่อยมลพิษสูง ข้อเสนอจึงพยายามผูกการกระตุ้นยอดขายรถที่ผลิตในประเทศเข้ากับการลดฝุ่น PM2.5 และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์
แต่การมีเงินสนับสนุนไม่ได้แปลว่าจะผ่านสินเชื่อ ผู้ซื้อยังต้องได้รับอนุมัติจากธนาคารหรือบริษัทเช่าซื้อตามเกณฑ์รายได้ ภาระหนี้ และเครดิตของแต่ละแห่ง แม้ข้อเสนอจะกล่าวถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของธนาคารออมสินสำหรับรถบางประเภท แต่อัตราดอกเบี้ยสูงสุดและคุณสมบัติผู้กู้ยังต้องตรวจจากเงื่อนไขจริงเมื่อโครงการได้รับอนุมัติ
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือกำลังการกำจัดซาก รายงานระบุว่าโรงงานที่ได้มาตรฐานรองรับได้ราว 50,000 คันต่อปี ขณะที่เป้าหมายโครงการสูงถึง 150,000 คัน หากไม่มีแผนจัดคิวและเพิ่มกำลังรองรับ อาจเกิดคอขวดระหว่างการเพิกถอนทะเบียน การขนส่งซาก และการออกใบรับรอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แนวคิดรถเก่าแลกรถใหม่ในอดีตเคยติดปัญหา
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการคลังยังกล่าวถึงแผนเก็บภาษีสูงขึ้นในอีกสามปีสำหรับรถที่ผลิตในประเทศแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ชิ้นส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอัตราภาษี รายการชิ้นส่วน หรือเกณฑ์สัดส่วนที่ใช้กับรถแต่ละประเภท จึงยังไม่ควรนำประเด็นนี้ไปคำนวณราคารถในอนาคตแบบตายตัว
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้หรือคณะรัฐมนตรี เอกสารหลักเกณฑ์ฉบับสุดท้าย รายชื่อรุ่นรถและดีลเลอร์ที่เข้าร่วม ความพร้อมโรงงานกำจัดซาก และมาตรการสินเชื่อ เมื่อยังไม่มีประกาศเหล่านี้ ตัวเลข 40,000 บาทและ 150,000 สิทธิ์ควรถูกมองเป็นรายละเอียดในข้อเสนอ ไม่ใช่สิทธิที่รับรองแล้ว
แหล่งข้อมูล: - Reuters รายงานคำให้สัมภาษณ์ปลัดกระทรวงการคลัง 5 พฤศจิกายน 2569: https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thailand-consider-pickup-truck-trade-in-scheme-finance-official-says-2026-11-05/ - ฐานเศรษฐกิจ รายละเอียดข้อเสนอและเงื่อนไขรถเก่า–รถใหม่: https://www.thansettakij.com/economy/672955 - กรุงเทพธุรกิจ รายละเอียดวงเงิน เป้าหมาย และกระบวนการทำลายซาก: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1259263



