กรมควบคุมโรคออกประกาศเรื่องการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พร้อมเผยแพร่แนวทางควบคุมโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจสำหรับสถานที่ซึ่งมีคนอยู่ร่วมกันหรือรวมตัวกันจำนวนมาก ได้แก่ ค่ายทหาร เรือนจำและทัณฑสถาน สถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง และกิจกรรมที่มีคนหมู่มาก

ประกาศครั้งนี้มีความสำคัญเพราะไทยกำลังอยู่ในช่วงอากาศเปลี่ยนผ่าน ขณะที่โรคทางเดินหายใจบางชนิดยังมีแนวโน้มสูง กรมควบคุมโรครายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า ในสัปดาห์ 11–17 ตุลาคม 2569 มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 15,309 ราย ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 543,385 ราย และพบผู้ป่วยติดเชื้อ RSV 2,860 ราย ยอดสะสม 26,160 ราย โดยตัวเลขไข้หวัดใหญ่สูงกว่าค่ามัธยฐานห้าปีย้อนหลังและอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงสี่สัปดาห์ก่อนรายงาน

ข้อมูลล่าสุดที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่เมื่อ 4 พฤศจิกายนยังเพิ่มชุดเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ถึงสัปดาห์ที่ 43 หรือช่วง 18–24 ตุลาคม แม้หน้าเผยแพร่สาธารณะจะไม่ได้สรุปตัวเลขทั้งหมดไว้ในข้อความหน้าเว็บ แต่การอัปเดตต่อเนื่องสะท้อนว่าหน่วยงานยังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด จึงไม่ควรตีความว่าเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วความเสี่ยงจะลดลงโดยอัตโนมัติ

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ข้อมูลสัปดาห์ 11–17 ตุลาคมระบุว่าอัตราป่วยไข้หวัดใหญ่สูงสุดอยู่ในเด็กอายุ 5–9 ปี รองลงมาคือ 1–4 ปี และต่ำกว่า 1 ปี ส่วน RSV พบมากในเด็ก 1–4 ปี ตามด้วยเด็กต่ำกว่า 1 ปีและเด็ก 5–9 ปี สถานดูแลเด็ก โรงเรียน บ้านพักผู้สูงอายุ และพื้นที่พักรวมจึงมีโอกาสเกิดการแพร่เป็นกลุ่มก้อนได้ง่ายหากไม่มีมาตรการพื้นฐานที่สม่ำเสมอ

อาการของไข้หวัดใหญ่มักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ ไอแห้งหรือเจ็บคอ ขณะที่ RSV อาจเริ่มจากไข้ ไอและน้ำมูก แต่ในเด็กเล็กต้องเฝ้าระวังหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด กินนมได้น้อย ซึมลง หรือมีอาการซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ หากมีสัญญาณรุนแรงควรพบแพทย์ทันที ไม่ควรวินิจฉัยเองจากอาการเพียงอย่างเดียว เพราะโรคทางเดินหายใจหลายชนิดมีอาการทับซ้อนกัน

กรมควบคุมโรคย้ำหลัก “ปิด–ล้าง–เลี่ยง–หยุด” คือปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วยหรือสถานที่แออัดเมื่อไม่จำเป็น และหยุดพักเมื่อป่วย สำหรับสถานที่รวมคนจำนวนมาก แนวทางที่เผยแพร่ใหม่แยกตามลักษณะสถานที่ แสดงว่าการควบคุมโรคไม่ควรใช้สูตรเดียวทั้งหมด เช่น สถานดูแลผู้สูงอายุต้องเน้นคัดกรองอาการและลดการนำเชื้อเข้าสู่พื้นที่ ส่วนกิจกรรมขนาดใหญ่ต้องเตรียมการระบายอากาศ สุขอนามัย และแผนรับมือผู้มีอาการ

ข่าวนี้กำลังได้รับความสนใจเพราะเป็นการเปลี่ยนจากคำแนะนำทั่วไปเข้าสู่การเตรียมพร้อมตามฤดูกาลในสถานที่เสี่ยงจริง และเกิดขึ้นพร้อมข้อมูลผู้ป่วยระดับสูง การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการหรืออยู่ในพื้นที่แออัด การล้างมือ การเปิดให้อากาศถ่ายเท และการไม่พาเด็กป่วยไปโรงเรียน เป็นมาตรการง่ายที่ลดโอกาสกระจายเชื้อได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งพิเศษ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือแนวโน้มรายสัปดาห์หลังเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน การระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ และสถานที่พักรวม รวมถึงการสื่อสารแนวทางจากหน่วยงานสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหรือมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรยึดคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและสถานพยาบาล ไม่แชร์ตัวเลขหรือคำเตือนที่ไม่มีวันที่และแหล่งที่มาชัดเจน

แหล่งข้อมูลโดยตรง: - ประกาศกรมควบคุมโรค 4 พฤศจิกายน 2569: https://ddc.moph.go.th/doe/news.php?deptcode=&news=61319 - แนวทางสำหรับสถานที่รวมคนก่อนฤดูหนาว 2569: https://ddc.moph.go.th/dcd/pagecontent.php?dept=dcd&page=2499 - สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ปี 2569: https://ddc.moph.go.th/doe/pagecontent.php?dept=doe&page=2336 - ข่าวเตือนไข้หวัดใหญ่และ RSV วันที่ 21 ตุลาคม 2569: https://www.ddc.moph.go.th/doe/news.php?deptcode=&news=61009