นครโฮจิมินห์เปิดฉาก Autumn Economic Forum 2026 วันนี้ 26 ตุลาคม โดยวางบทบาทเมืองเป็นจุดเชื่อม “ขั้วการเติบโตใหม่” ของโลก และเตรียมใช้เวทีระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคมระดมทั้งเงินลงทุน เทคโนโลยี และพันธมิตรต่างประเทศ ผู้จัดคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานราว 1,500 คนจากเวียดนามและต่างประเทศ พร้อมการประชุม 21 วาระและกิจกรรมคู่ขนานอีก 16 รายการ

จุดที่ทำให้งานปีนี้ได้รับความสนใจคือกิจกรรมหลักวันที่ 27–28 ตุลาคมจัดในรูปแบบ “ร่วมแบรนด์” กับ World Economic Forum หรือ WEF เป็นครั้งแรก ตามข้อมูลของรัฐบาลเวียดนามและสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนครโฮจิมินห์ งานใช้หัวข้อ “ความร่วมมือในยุคใหม่” เพื่อเชื่อมการสนทนาระหว่างรัฐบาล ธุรกิจ นักลงทุน นักวิชาการ และเครือข่ายศูนย์เพื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

วันที่ 27 ตุลาคมจะมี 16 เวทีเฉพาะทางกระจายในสามพื้นที่พร้อมกัน โดยแบ่งเป็นสามกลุ่มใหญ่ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีควอนตัม การเงิน–เศรษฐกิจดิจิทัล–ความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมการผลิต–ความยั่งยืน–อุตสาหกรรมยุคใหม่ โครงสร้างนี้สะท้อนว่าเวียดนามไม่ได้มอง AI เป็นเรื่องซอฟต์แวร์อย่างเดียว แต่เชื่อมเข้ากับเงินทุน โรงงาน ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ไฮไลต์วันที่ 28 ตุลาคมคือการประชุมระดับสูงในหัวข้อการบรรจบกันของเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ทั่วโลก และการสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีเวียดนามกับผู้แทนระดับสูงของ WEF ประเด็นสำคัญคือเวียดนามจะวางตัวอย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่การแข่งขันด้านชิปและข้อมูล ไปจนถึงพลังงานสะอาด การปรับโรงงาน และความผันผวนของเงินทุนระหว่างประเทศ

ตัวเลขที่ถูกจับตาที่สุดคือแผนประกาศโครงการลงทุนอย่างน้อย 12 โครงการ มูลค่ารวมมากกว่า 13.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในงานครั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ส่งเสริมการค้าและการลงทุนนครโฮจิมินห์ระบุว่าจะมีการนำเสนอโครงการหลังการประชุมระดับสูงและช่วงสนทนากับนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังเป็น “โครงการที่เตรียมประกาศ” ไม่ควรตีความทันทีว่าเงินทั้งหมดถูกเบิกจ่ายแล้ว หรือทุกโครงการผ่านขั้นตอนอนุมัติและก่อสร้างครบถ้วน

เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสในเวียดนาม เพราะนครโฮจิมินห์ต้องการขยับจากศูนย์กลางการค้าแบบเดิมไปสู่เมืองที่ดึงดูดทุนสำหรับ AI เทคโนโลยีล้ำหน้า การเงินดิจิทัล และอุตสาหกรรมสีเขียว การมี WEF เข้ามาร่วมจัดแบรนด์ช่วยเพิ่มน้ำหนักระหว่างประเทศ แต่บททดสอบจริงจะอยู่ที่ผลลัพธ์หลังจบงาน ทั้งข้อตกลงที่มีคู่สัญญาชัดเจน กรอบเวลาดำเนินงาน และการเปลี่ยนจากเวทีเสวนาไปสู่โครงการที่สร้างงานและเพิ่มผลิตภาพ

เบื้องหลังงานนี้มีศูนย์เพื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในนครโฮจิมินห์ หรือ HCMC C4IR ทำหน้าที่เชื่อมเมืองกับเครือข่ายเทคโนโลยีและนโยบายระดับโลก ความร่วมมือกับ WEF จึงไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะงานสี่วัน เพราะ WEF และคณะกรรมการประชาชนนครโฮจิมินห์เคยตกลงตั้งศูนย์ C4IR เวียดนามมาตั้งแต่ปี 2024 โดยกำหนดจุดเน้นด้านการเติบโตสีเขียว เมืองอัจฉริยะ และ AI

สำหรับภูมิภาคอาเซียน งานนี้น่าจับตาเพราะการแข่งขันดึงศูนย์ข้อมูล โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห่วงโซ่ผลิตพลังงานสะอาด และทุนเทคโนโลยีกำลังเข้มข้น เวียดนามมีข้อได้เปรียบจากฐานการผลิตขนาดใหญ่และตลาดแรงงาน แต่ยังต้องตอบคำถามเรื่องโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน บุคลากรทักษะสูง กติกาข้อมูล และประสิทธิภาพของกระบวนการอนุมัติโครงการ

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากวันที่ 28 ตุลาคมคือรายชื่อ 12 โครงการ มูลค่าแยกแต่ละโครงการ แหล่งเงินทุน สถานะทางกฎหมาย และกำหนดเริ่มดำเนินงาน นอกจากนี้ต้องดูว่า 16 เวทีเฉพาะทางจะให้ข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำไปใช้ได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องกำกับ AI การเงินดิจิทัล การพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ และการลดคาร์บอนของภาคการผลิต

ข้อมูลได้รับการตรวจสอบกับ [ช่องทางข่าวทางการของรัฐบาลเวียดนาม](https://en.baochinhphu.vn/wef-to-co-brand-autumn-economic-forum-2026-in-hcmc-111261012162321807.htm), [สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนครโฮจิมินห์](https://dost.hochiminhcity.gov.vn/tin-tuc-khcn/dien-dan-kinh-te-mu-thu-2026-thuc-day-ket-noi-cac-cuc-tang-truong-moi-an-cau/) และ [ศูนย์ส่งเสริมการค้าและการลงทุนนครโฮจิมินห์](https://itpc.hochiminhcity.gov.vn/web/en/-/ho-chi-minh-city-to-unveil-new-projects-worth-13.5-billion-at-aef-2026)