เปลวไฟในพิธีโกมะกลางลานวัดตามจุ๊ก จังหวัดนิญบิ่ญ กลายเป็นภาพเด่นของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพุทธเวียดนาม–ญี่ปุ่นปี 2569 เมื่อพระภิกษุ แม่ชี พุทธศาสนิกชน และผู้มาเยือนชาวญี่ปุ่นเกือบ 1,000 คน มารวมตัวกันในวันที่ 24–25 ตุลาคม ภายใต้แนวคิด “คำอธิษฐานที่ก้าวข้ามพรมแดน” งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีทางศาสนา แต่เป็นเวทีที่นำศิลปะ พิธีกรรม และวิถีปฏิบัติของสองประเทศมาพบกันอย่างเป็นรูปธรรม
เทศกาลจัดร่วมกันโดยคณะสงฆ์พุทธเวียดนาม คณะสงฆ์จังหวัดนิญบิ่ญ และวัดตามจุ๊ก โดยปีนี้เป็นการจัดครั้งที่ 3 และมีกำหนดจัดทุกสองปี สถานที่จัดงานคือเขตท่องเที่ยวแห่งชาติตามจุ๊ก พื้นที่ศาสนาและธรรมชาติขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของเวียดนาม ซึ่งมีฉากหลังเป็นทะเลสาบและภูเขาหินปูน ทำให้กิจกรรมทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณของนิญบิ่ญโดยตรง
กิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคมด้วยการแสดงเพลงพื้นบ้าน “หัตซำ” ของเวียดนามที่ศาลาหมู่บ้านตามจุ๊ก และการแสดงธรรมในวิหารตามเถ ก่อนเข้าสู่กำหนดการวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งมีการนั่งสมาธิยามเช้า พิธีลั่นระฆังอธิษฐาน และพิธีสำคัญจากญี่ปุ่น คือ “ไซโตะ โอโกมาคุ” หรือพิธีไฟโกมะกลางแจ้ง รวมถึงการเดินผ่านแนวถ่านหลังพิธีตามธรรมเนียมที่จัดเตรียมไว้
พิธีโกมะมีรากจากแนวปฏิบัติของชูเก็นโด ซึ่งผสมผสานพุทธศาสนาสายวัชรยาน ความเชื่อของนักบวชภูเขา และองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจากเอเชียตะวันออก ในพิธี ผู้ร่วมงานฝากคำอธิษฐานเรื่องสุขภาพ การผ่านพ้นอุปสรรค และความปรารถนาดีไว้กับเปลวไฟ โดยไฟทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังชำระล้างและแสงสว่าง มิใช่การแสดงผาดโผนเพื่อความตื่นเต้น
พระเซกิงูจิ เจ้าอาวาสวัดเคฟุกุจิและผู้นำคณะจากสมาคมพุทธไซตามะ อธิบายว่าพิธีนี้พบเห็นได้ไม่บ่อย แม้แต่ในญี่ปุ่น และยิ่งหาโอกาสชมในต่างประเทศได้ยาก ความพิเศษจึงอยู่ที่การนำพิธีเก่าแก่ของญี่ปุ่นมาจัดในภูมิทัศน์พุทธแบบเวียดนาม พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมทำความเข้าใจความหมายก่อนมองเห็นเพียงภาพของไฟ
อีกพิธีหนึ่งคือการโปรยดอกไม้ถวาย ซึ่งสื่อถึงการต้อนรับพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ กลิ่นหอมของดอกไม้ถูกใช้แทนความบริสุทธิ์และการขจัดสิ่งไม่เป็นมงคล เมื่อวางคู่กับหัตซำ การนั่งสมาธิ และการลั่นระฆัง จึงเห็นได้ว่างานไม่ได้ยกวัฒนธรรมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้นเป็นศูนย์กลาง แต่จัดวางธรรมเนียมของเวียดนามและญี่ปุ่นให้ผู้ร่วมงานเรียนรู้ร่วมกัน
เหตุที่งานได้รับความสนใจในเวลานี้ นอกจากภาพพิธีไฟซึ่งแปลกตาแล้ว ยังสะท้อนบทบาทของศาสนาและวัฒนธรรมในความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างเวียดนามกับญี่ปุ่น ผู้จัดมองว่าเทศกาลช่วยให้ชาวนิญบิ่ญ นักท่องเที่ยวในประเทศ และชาวต่างชาติรู้จักประเพณีญี่ปุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ประชาสัมพันธ์ตามจุ๊กและแหล่งท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณของนิญบิ่ญไปยังชาวญี่ปุ่นที่อาศัยหรือเดินทางในเวียดนาม
สิ่งที่น่าจับตาหลังจบงานคือเทศกาลแบบสองปีครั้งนี้จะขยายจากการแลกเปลี่ยนเชิงพิธีกรรมไปสู่กิจกรรมด้านการศึกษา การท่องเที่ยว และเครือข่ายชุมชนระยะยาวเพียงใด จำนวนผู้ร่วมงานเกือบหนึ่งพันคนบ่งชี้ว่าความสนใจมีอยู่แล้ว แต่คุณค่าที่แท้จริงจะวัดจากการทำให้ผู้มาเยือนเข้าใจบริบทของพิธี ไม่ลดทอนความเชื่อให้เหลือเพียงภาพถ่ายที่สะดุดตา และดูแลการท่องเที่ยวในพื้นที่ศาสนาอย่างเหมาะสม
ข้อมูลได้รับการตรวจสอบกับรายงานของ [VietnamPlus สำนักข่าวเวียดนาม](https://en.vietnamplus.vn/ninh-binh-hosts-vietnamjapan-buddhist-cultural-exchange-festival-2026-post354280.vnp) ซึ่งรายงานจำนวนผู้ร่วมงาน ผู้จัด และความหมายของพิธี รวมถึง [Phật tử Việt Nam](https://www.phattuvietnam.net/giao-luu-van-hoa-phat-giao-viet-nam-nhat-ban-lan-thu-3-tai-chua-tam-chuc/) ซึ่งเผยแพร่กำหนดการโดยอ้างข้อมูลและภาพจากวัดตามจุ๊กโดยตรง



