รัฐบาลลาวตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างน้อย 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 2026–2030 หลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด เพราะโจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ผู้มาเยือนพักนานขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น และกระจายรายได้ไปถึงผู้ประกอบการกับชุมชนท้องถิ่น

ประเด็นนี้ถูกหยิบมาหารือในเวียงจันทน์เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาวกับธนาคารโลก ในการทบทวนรายงานวิเคราะห์ภาคการท่องเที่ยวของลาวและแผนพัฒนาการท่องเที่ยวปี 2026–2030 โดยมีนางดารานี พมมะวงสา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และควีมา นธารา ผู้จัดการธนาคารโลกประจำลาว ร่วมเป็นประธาน

ข้อมูลที่เผยแพร่หลังการประชุมระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2026 ลาวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 3.28 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตนี้ช่วยยืนยันว่าลาวยังมีแรงดึงดูดจากธรรมชาติ มรดกวัฒนธรรม เมืองประวัติศาสตร์ และการเดินทางข้ามพรมแดนที่สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมประชุมชี้ว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนและระยะเวลาพำนักยังต่ำกว่าศักยภาพเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

### เป้าหมายใหญ่ แต่ต้องแปลงเป็นงานจริง

แผนห้าปีตั้งเป้าผู้เดินทางชาวลาวและต่างชาติรวม 22 ล้านคน และรายได้ท่องเที่ยวอย่างน้อย 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยวางกรอบงานไว้ 5 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย การตลาดแบบเจาะกลุ่ม การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน จุดเน้นระยะใกล้คือการทำแผนปฏิบัติการปี 2027 ให้ชัด ไม่ให้เป้ารวมระดับประเทศหยุดอยู่เพียงตัวเลขบนกระดาษ

ข้อจำกัดที่ถูกระบุมีทั้งถนนและบริการพื้นฐานในแหล่งท่องเที่ยว การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังไม่เอื้อต่อผู้ประกอบการมากพอ หน่วยงานลาวจึงกำลังทำแผนแม่บทพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ปรับระบบบริหารสู่ดิจิทัล ยกระดับมาตรฐานอาเซียนและมาตรฐานในประเทศ รวมถึงผลักดันสภาส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวลาวเพื่อให้การประชาสัมพันธ์มีเป้าหมายชัดเจนขึ้น

เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวเพราะลาวมาถึงจุดที่ “จำนวนคนมา” ฟื้นแล้ว แต่ต้องพิสูจน์ว่าการเติบโตสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืนได้จริง ธนาคารโลกเคยประเมินว่าการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติของลาวมีโอกาสขยายสู่ระดับประมาณ 10% ของจีดีพีและ 10% ของการจ้างงาน หากมีการลงทุนและกติกาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน การเปิดพื้นที่ธรรมชาติให้ธุรกิจเข้ามาพัฒนาต้องทำควบคู่กับการคุ้มครองป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลประโยชน์ของชุมชน

### สิ่งที่ต้องจับตา

สิ่งแรกคือแผนปฏิบัติการปี 2027 จะมีงบประมาณ เจ้าภาพ และตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องถนน ห้องน้ำสาธารณะ ระบบขนส่ง ความปลอดภัย และการฝึกอบรมแรงงาน สิ่งที่สองคือการเพิ่มรายได้จะกระจายออกจากเมืองหลักอย่างหลวงพระบางและเวียงจันทน์ไปยังเมืองรองและชุมชนได้เพียงใด สิ่งที่สามคือมาตรการดิจิทัลและการลดอุปสรรคธุรกิจจะช่วยผู้ประกอบการรายเล็กจริงหรือกลายเป็นต้นทุนใหม่

สำหรับนักเดินทาง เป้าหมาย 8 พันล้านดอลลาร์ไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องสูงขึ้นอย่างเดียว แต่ควรหมายถึงประสบการณ์ที่ดีขึ้น การเดินทางต่อเนื่องหลายเมือง กิจกรรมท้องถิ่นที่มีคุณภาพ และการใช้จ่ายที่ถึงคนในพื้นที่ หากลาวทำได้ ความสำเร็จจะไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าเมือง แต่จะวัดจากงานที่เกิดขึ้น รายได้ที่กระจาย และทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงอยู่

แหล่งข้อมูล: [Vientiane Times](https://www.vientianetimes.org.la/freefreenews/freecontent_213_LaosTargets_y26.php), [The Star / รายงานจากเวียงจันทน์](https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/11/04/laos-world-bank-discuss-sustainable-tourism-to-unlock-economic-potential), และ [World Bank: การลงทุนท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในป่าลาว](https://www.worldbank.org/en/news/press-release/2025/09/11/new-incentives-for-nature-based-tourism-investment-in-lao-forests)