ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักประกันเงินสด 300,000 บาท หลังมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ในคดีพรากผู้เยาว์ โดยเจ้าตัวระบุว่าจะต่อสู้คดีในชั้นฎีกาต่อไป
คำตอบต่อคำถามว่า “จะฎีกาต่อหรือไม่” จึงเป็นว่า มีรายงานยืนยันเจตนาจะสู้ต่อชั้นฎีกาแล้ว แต่ในข้อมูลที่ตรวจสอบสำหรับบทความนี้ ยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่ามีการยื่นฎีกาเสร็จสิ้นหรือศาลรับฎีกาไว้พิจารณาแล้ว ต้องแยกสถานะเหล่านี้ออกจากกัน ไม่ถือว่าการได้ประกันตัวแปลว่าคดีจบหรือพ้นผิดทุกข้อหา
## ประกันตัว 300,000 บาท เป็นความคืบหน้าช่วงบ่าย
Thai PBS และข่าวสดรายงานตรงกันว่า ภายหลังการอ่านคำพิพากษาและการยื่นคำร้องขอประกัน ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยกำหนดหลักประกันเป็นเงินสด 300,000 บาท ข้อมูลนี้เป็นความคืบหน้าภายหลังรายงานช่วงแรกที่ระบุว่าสมรักษ์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขอประกันตัว
ดังนั้น การรายงานเฉพาะว่าศาลลงโทษจำคุกโดยไม่บอกสถานะประกันล่าสุด อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจภาพเหตุการณ์ไม่ครบ บทความพิเศษนี้จึงนำผลการปล่อยชั่วคราวขึ้นเป็นประเด็นหลัก พร้อมแยกออกจากเนื้อหาคำพิพากษาอย่างชัดเจน
หลังได้รับการปล่อยตัว สมรักษ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าไม่กังวลและยังยืนยันว่าตนไม่ได้ทำผิด ตามรายงานของข่าวสด ข้อความดังกล่าวเป็นท่าทีของเจ้าตัว ไม่ใช่ข้อสรุปเพิ่มเติมของศาล และไม่เปลี่ยนแปลงเนื้อหาคำพิพากษาที่มีการรายงานในวันเดียวกัน
## คำพิพากษาอุทธรณ์ระบุอะไร
ตามรายงานของ Thai PBS และข่าวสด ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยยกฟ้องในส่วนข้อหาพยายามข่มขืน และลงโทษในคดีพรากผู้เยาว์ จำคุก “1 ปี 12 เดือน” ไม่รอลงอาญา พร้อมค่าสินไหมทดแทนรวม 200,000 บาท บทความนี้คงรูปแบบระยะเวลาโทษตามที่แหล่งข่าวรายงาน เพื่อไม่คำนวณรายละเอียดคำพิพากษาขึ้นเอง
กรณีนี้เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายที่เป็นผู้เยาว์ในขณะเกิดเหตุ จึงไม่เปิดเผยชื่อ ภาพ หรือรายละเอียดที่ใช้ระบุตัวบุคคล และไม่จำลองเหตุการณ์ในคดี ภาพประกอบที่ใช้เป็นเพียงนวมมวยและแฟ้มเอกสารเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่หลักฐานจากคดีหรือภาพบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ข้อควรระวังในการอ่านข่าวคือ การยกฟ้องบางข้อหาไม่เท่ากับยกฟ้องทั้งคดี ขณะเดียวกัน การปล่อยชั่วคราวก็เป็นคนละประเด็นกับการรอลงอาญา จึงควรรายงานทั้งคำพิพากษาและสถานะประกันโดยไม่ใช้พาดหัวที่ทำให้สองเรื่องปะปนกัน
## ไปต่อชั้นฎีกา: ยืนยันเจตนาแล้ว แต่ต้องติดตามขั้นตอน
มติชนรายงานว่า สมรักษ์ยืนยันพร้อมสู้คดีต่อศาลฎีกา ขณะที่เดลินิวส์รายงานท่าทีจากคลิปหลังได้ประกันตัวไปในทิศทางเดียวกัน จึงมีข้อมูลรองรับว่าการต่อสู้คดีของเจ้าตัวยังไม่ยุติลงเพียงคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์
อย่างไรก็ตาม คำประกาศว่าจะใช้สิทธิและการดำเนินการยื่นเอกสารจริงเป็นคนละขั้นตอน สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือคำยืนยันจากทนายความหรือเอกสารทางคดีเกี่ยวกับการยื่นฎีกา ประเด็นที่จะโต้แย้ง และคำสั่งของศาลที่เกี่ยวข้อง บทความนี้ไม่คาดการณ์ว่าศาลฎีกาจะรับพิจารณาหรือมีผลคำพิพากษาอย่างไร
ความคืบหน้าวันนี้จึงสรุปได้สามส่วน: มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว สมรักษ์ได้ประกันตัวด้วยเงินสด 300,000 บาทแล้ว และมีรายงานว่าเจ้าตัวจะสู้ต่อชั้นฎีกา แต่ยังไม่ควรเขียนข้ามขั้นว่า “ยื่นฎีกาแล้ว” หรือ “คดีสิ้นสุดแล้ว” หากยังไม่มีหลักฐานยืนยันใหม่
บทความนี้เรียบเรียงจากรายงานสื่อหลายแห่ง ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่การถอดคำพิพากษาฉบับเต็ม หากมีเอกสารศาลหรือคำยืนยันขั้นตอนใหม่ ควรตรวจเทียบก่อนสรุปสถานะคดีเพิ่มเติม
แหล่งข่าวโดยตรง: - Thai PBS: https://www.thaipbs.th/news/content/571358 - ข่าวสด: https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10444130 - มติชน: https://www.matichon.co.th/sport/boxing/news_5940378 - เดลินิวส์: https://www.dailynews.co.th/news/6289578/



