มาเลเซียเปิดประเด็นถกเถียงครั้งใหม่เรื่องความมั่นคงดิจิทัล หลังรัฐบาลสั่งห้ามข้าราชการใช้แอปนำทาง Waze ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยให้เหตุผลว่าต้องปกป้องข้อมูลของหน่วยงานรัฐและข้อมูลส่วนบุคคลจากความเสี่ยงที่อาจกระทบความมั่นคงของประเทศ ขณะที่ Waze ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเก็บข้อมูลรัฐบาลอ่อนไหวหรือการเปิดทางให้บุคคลอื่นใช้ข้อมูลของผู้ใช้งาน

คำสั่งดังกล่าวมีผลทันทีตามหนังสือที่ส่งถึงหัวหน้าหน่วยงานรัฐบาลมาเลเซีย Reuters รายงานว่า ชัมซุล อัซรี อาบู บาการ์ หัวหน้าเลขาธิการรัฐบาล เป็นผู้แจ้งข้อกำหนดหลังการประชุมที่มีนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมเป็นประธาน เจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันความถูกต้องของหนังสือดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของมาตรการมีจุดสำคัญที่ต้องแยกให้ชัด โกบินด์ ซิงห์ ดีโอ รัฐมนตรีดิจิทัล ชี้แจงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมว่า ข้อจำกัดนี้ใช้กับข้าราชการในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ใช่ประกาศห้ามประชาชนทั่วไปใช้แอปตามกฎหมายทั้งประเทศ แม้นายกรัฐมนตรีจะเรียกร้องให้ชาวมาเลเซียพิจารณาหยุดใช้ Waze และหันไปใช้ทางเลือกในประเทศก็ตาม

เหตุผลที่รัฐบาลยกขึ้นมาคือสถานะของ Waze Mobile Limited ซึ่งจดทะเบียนในอิสราเอลและดำเนินงานภายใต้กฎหมายอิสราเอล สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า ข้อมูลรัฐบาลที่มีความละเอียดอ่อนและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไม่ควรถูกนำไปใช้ในลักษณะที่อาจกระทบอธิปไตยหรือความมั่นคง มาเลเซียเป็นประเทศที่สนับสนุนปาเลสไตน์อย่างเข้มแข็งและไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ทำให้ประเด็นที่มาของบริษัทกับการกำกับข้อมูลมีน้ำหนักทางการเมืองเพิ่มขึ้น

Waze ซึ่งเริ่มพัฒนาในอิสราเอลและถูก Google ซื้อกิจการในปี 2556 ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าแอปเก็บข้อมูลรัฐบาลอ่อนไหวหรือยอมให้หน่วยงานใดนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เป็นเรื่องไม่จริง บริษัทระบุว่าดำเนินงานภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดและปฏิบัติตามมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลทั่วโลก การปฏิเสธนี้ทำให้ข่าวไม่ได้มีเพียงคำสั่งจากรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่กลายเป็นข้อพิพาทเรื่องหลักฐาน ความเสี่ยง และความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์มต่างชาติ

รัฐบาลมาเลเซียเสนอ TuJu แอปแผนที่ที่พัฒนาโดยหน่วยงานทางหลวงของมาเลเซียเป็นทางเลือกในประเทศ ประเด็นนี้จึงเชื่อมโยงกับแนวคิดอธิปไตยทางดิจิทัล หรือความสามารถของรัฐในการควบคุมว่าข้อมูลสำคัญถูกเก็บ ประมวลผล และส่งต่อที่ใด การใช้แอปนำทางไม่ได้เปิดเผยเพียงจุดหมายปลายทาง แต่ยังอาจสะท้อนรูปแบบการเดินทาง ตำแหน่งแบบต่อเนื่อง และกิจวัตรของผู้ใช้งาน ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมากขึ้นเมื่อเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถานที่ราชการ

ข่าวนี้ได้รับความสนใจเพราะ Waze เป็นบริการนำทางแบบอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้จำนวนมาก รายงานการจราจร ตำแหน่ง และเหตุการณ์บนถนนช่วยให้เส้นทางแม่นยำแบบเรียลไทม์ แต่คุณสมบัติเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามว่า ข้อมูลตำแหน่งถูกจัดเก็บนานเท่าใด ใครเข้าถึงได้ และรัฐควรตั้งเงื่อนไขพิเศษกับอุปกรณ์ที่ใช้ในงานราชการหรือไม่ หลายประเทศกำหนดข้อจำกัดต่อแอปหรืออุปกรณ์บางประเภทในเครื่องของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว แต่กรณีมาเลเซียโดดเด่นเพราะผูกความมั่นคงข้อมูลเข้ากับนโยบายต่างประเทศอย่างชัดเจน

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ตื่นตระหนก แต่ตรวจสิทธิ์ของแอปให้เหมาะกับการใช้งาน ปิดการเข้าถึงตำแหน่งเมื่อไม่จำเป็น แยกโทรศัพท์หรือบัญชีสำหรับงานสำคัญ และอ่านการตั้งค่าประวัติตำแหน่ง ส่วนหน่วยงานรัฐควรเผยแพร่แนวทางเชิงเทคนิคที่ตรวจสอบได้ เช่น ประเภทข้อมูลที่กังวล วิธีประเมินความเสี่ยง และมาตรฐานที่แอปทางเลือกต้องผ่าน เพื่อให้มาตรการมีฐานด้านความปลอดภัยมากกว่าการเมืองเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ รัฐบาลมาเลเซียจะขยายข้อจำกัดไปนอกภารกิจราชการหรือไม่ จะมีการตรวจสอบทางเทคนิคอิสระต่อข้อกังวลที่ยกขึ้นมาหรือเปล่า และ TuJu จะรองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมคุณภาพข้อมูลจราจรใกล้เคียงบริการเดิมได้เพียงใด อีกด้านหนึ่ง ต้องติดตามว่า Waze หรือ Google จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องสถานที่เก็บข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล และการคุ้มครองผู้ใช้ในมาเลเซียหรือไม่

แหล่งข้อมูล: - Reuters: https://www.reuters.com/world/asia-pacific/malaysia-bans-civil-servants-using-mapping-app-waze-citing-links-israel-2026-10-21/ - Associated Press (คำชี้แจง Waze): https://apnews.com/article/1086fafbfe046d1d272dcb4db7cc602b - Associated Press (คำสั่งรัฐบาลมาเลเซีย): https://apnews.com/article/67747618e9bc6d9cf4d3d8255c6247b9