เยาวชนพิการไทย 12 คนเริ่มภารกิจบนเวทีเทคโนโลยีระดับนานาชาติวันนี้ (26 ตุลาคม 2569) ในการแข่งขัน Global IT Challenge for Youth with Disabilities 2026 หรือ GITC 2026 ที่นครดานัง ประเทศเวียดนาม งานจัดต่อเนื่องถึงวันที่ 30 ตุลาคม โดยรอบแข่งขันหลักจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัย Duy Tan และ Crowne Plaza Danang City Centre

ตัวแทนไทยชุดนี้ประกอบด้วยเยาวชนพิการ 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย 4 คน ผู้พิการทางการได้ยินหรือการสื่อความหมาย 4 คน ผู้ที่มีภาวะออทิสติก 3 คน และผู้พิการทางการเห็น 1 คน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่า ทุกคนผ่านกระบวนการคัดเลือกและเก็บตัวฝึกทักษะก่อนเดินทาง ไม่ได้วัดเฉพาะความเร็วในการใช้คอมพิวเตอร์ แต่รวมถึงการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม ภาษาอังกฤษ และภาวะผู้นำ

การแข่งขันแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ e-Combination ที่ผสมการสืบค้นข้อมูล การใช้ AI การคำนวณและจัดการข้อมูลด้วย Excel กับการนำเสนอผ่าน PowerPoint; e-Content ด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัล; e-Creative ซึ่งเชื่อมการเขียนโปรแกรมกับอุปกรณ์ เช่น หุ่นยนต์และเซ็นเซอร์; และ e-Interactive ที่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยี รวมถึงแนวทางพัฒนาเกมด้วย AI

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัย Duy Tan ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าภาพระบุว่า ปีนี้มีผู้เข้าร่วมราว 500 คนจากมากกว่า 15 ประเทศ งานจึงไม่ใช่แค่การแข่งขันชิงรางวัล แต่เป็นพื้นที่ที่เยาวชนพิการได้ทดสอบว่าเทคโนโลยีช่วยลดข้อจำกัดด้านการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และการสื่อสารได้จริงเพียงใด ภาษาทางการของการแข่งขันใช้ภาษาอังกฤษและภาษามือสากล เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันจากหลายประเทศทำงานร่วมกันได้

เหตุที่เรื่องนี้น่าสนใจในปี 2569 คือ AI ถูกนำมาใช้ทั้งในโจทย์การแข่งขันและในฐานะเครื่องมือช่วยการเข้าถึง เทคโนโลยีอย่างโปรแกรมอ่านหน้าจอ การแปลงเสียงเป็นข้อความ การแปลภาษามือ การควบคุมอุปกรณ์ และการออกแบบส่วนติดต่อที่เข้าถึงได้ กำลังเปลี่ยนจากของเฉพาะทางไปเป็นทักษะสำคัญของโลกการเรียนและการทำงาน คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเยาวชนคนใดทำคะแนนสูงสุด แต่คือระบบดิจิทัลจะเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้มากขึ้นแค่ไหน

ประเทศไทยเข้าร่วม GITC ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 และมีผลงานบนเวทีนี้มาแล้วหลายครั้ง ในปี 2567 ตัวแทนไทยคว้า 2 เหรียญเงินและ 3 เหรียญทองแดงจากการแข่งขันที่กรุงมะนิลา ประสบการณ์สะสมเหล่านี้ทำให้ทีมปีนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ต้องเผชิญโจทย์ใหม่ที่ขยับตามเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI การสร้างคอนเทนต์ และหุ่นยนต์อัจฉริยะ

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ GITC ในปี 2570 การเดินทางไปดานังครั้งนี้จึงเป็นทั้งการแข่งขันและการเรียนรู้ระบบจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน การรองรับผู้ใช้รถเข็น ระบบล่ามภาษามือ เทคโนโลยีช่วยการมองเห็น การเดินทาง ที่พัก และกระบวนการสื่อสารที่ทุกคนเข้าถึงได้ หากไทยนำบทเรียนกลับมาวางมาตรฐานได้ดี งานปีหน้าจะมีผลเกินกว่าการเป็นอีเวนต์หนึ่งครั้ง

ช่วง 27–29 ตุลาคมควรจับตาผลงานของตัวแทนไทยทั้งประเภทบุคคลและทีม ตลอดจนโจทย์ AI และการออกแบบที่ผู้จัดเลือกใช้ ส่วนหลังการแข่งขัน สิ่งสำคัญกว่าจำนวนเหรียญคือการต่อยอดทักษะไปสู่การศึกษา การฝึกงาน และการจ้างงานจริง รวมถึงการเปิดทรัพยากรฝึกฝนให้เยาวชนพิการนอกทีมชาติได้เข้าถึงด้วย

GITC 2026 จึงเป็นข่าวเทคโนโลยีที่มีมนุษย์อยู่ตรงกลาง เยาวชนทั้ง 12 คนไม่ได้เดินทางไปเพื่อพิสูจน์ว่าคนพิการ “ทำได้เหมือนคนอื่น” เท่านั้น แต่กำลังแสดงให้เห็นว่า เมื่อเครื่องมือ หลักสูตร และสนามแข่งขันถูกออกแบบอย่างเข้าถึงได้ ความสามารถที่เคยถูกกีดกันก็มีพื้นที่ปรากฏ และอาจกลายเป็นแรงงานทักษะดิจิทัลที่ประเทศไทยกำลังต้องการ