เช้าวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เมืองแม่ฮ่องสอนเข้าสู่หนึ่งในช่วงสำคัญของประเพณี “ปอยเหลินสิบเอ็ด” เมื่อชาวเมืองและผู้มาเยือนร่วมตักบาตรเทโวโรหณะที่วัดพระธาตุดอยกองมูบนยอดเขาเหนือเมือง กิจกรรมวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลออกพรรษาแบบไทใหญ่ที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม และจะปิดท้ายในวันที่ 3 พฤศจิกายนด้วย “ปอยก๋อยจ๊อด” และขบวนแห่ต้นเกี๊ยะหรือต้นแปก
ปอยเหลินสิบเอ็ดแปลตรงตัวได้ว่า “งานบุญเดือนสิบเอ็ด” แต่สำหรับชุมชนไทใหญ่ในแม่ฮ่องสอน ความหมายครอบคลุมทั้งศรัทธา วิถีชุมชน ศิลปะการแสดง และการต้อนรับฤดูกาลหลังออกพรรษา จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเทศบาลเมืองร่วมกับประชาชนในเขตเทศบาลทั้ง 6 ชุมชนจัดงานปีนี้ โดยวางกิจกรรมไว้หลายจุดทั่วเมือง ไม่ได้รวมอยู่เฉพาะบริเวณวัดหรือเวทีกลางแห่งเดียว
ตามความเชื่อทางพุทธศาสนาที่ชุมชนสืบทอดกันมา พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ระหว่างพรรษา และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ผู้คนจึงร่วมกันทำบุญและจัดเครื่องต้อนรับ เหตุนี้ภาพของพระสงฆ์ลงจากดอยกองมู ขณะที่ชาวบ้านรอตักบาตรตามแนวทาง จึงเป็นทั้งพิธีทางศาสนาและภาพแทนการเชื่อมโลกศรัทธากับภูมิประเทศของแม่ฮ่องสอน
ก่อนถึงเช้าวันตักบาตร งานเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ตามด้วยกิจกรรมวิ่ง “แอ่นจอมกั๋น” วันที่ 23 ตุลาคม และขบวนแห่จองพาราเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม จองพาราคือปราสาทจำลองที่ชุมชนประดิษฐ์อย่างละเอียดเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้าตามความเชื่อของชาวไทใหญ่ ขบวนเริ่มจากบริเวณหอนาฬิกาและเคลื่อนผ่านเมือง พร้อมการแต่งกายชุดไตและศิลปะการแสดงของชุมชน
เสน่ห์ของปอยเหลินสิบเอ็ดไม่ได้อยู่ที่ขบวนแห่เพียงอย่างเดียว ภายในงานยังมีการประกวดรำไต การตีกลองมองเซิง การแสดงก้าแลวและก้าลาย ตลอดจนการแสดงรูปสัตว์สองเท้าและสี่เท้า ซึ่งเป็นภาษาการเคลื่อนไหวและดนตรีที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทใหญ่ กิจกรรมเหล่านี้เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้สูงอายุ ไม่ให้ประเพณีเหลือเพียงการแสดงเพื่อการท่องเที่ยว
เหตุที่กิจกรรมวันนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะดอยกองมูเป็นจุดสูงที่มองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนและแนวภูเขาโดยรอบ การตักบาตรในยามเช้าจึงเชื่อมพิธีกรรมเข้ากับภูมิทัศน์ “เมืองสามหมอก” อย่างเด่นชัด อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมงานควรให้ความสำคัญกับความสำรวม การจัดแถว และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะเส้นทางขึ้นลงวัดมีความลาดชันและอาจหนาแน่นในช่วงพิธี
ในมิติด้านเศรษฐกิจชุมชน งานปีนี้ยังเชื่อมกับตลาดนัดออกพรรษาบริเวณถนนพาณิชย์วัฒนาด้านหลังตลาดสดเทศบาล ซึ่งเปิดระหว่างวันที่ 16–25 ตุลาคม มีร้านค้ากว่า 100 ร้าน จังหวัดระบุชัดว่าต้องการให้งานช่วยเพิ่มรายได้จากอาหาร สินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์ OTOP และบริการท่องเที่ยว ควบคู่กับการอนุรักษ์ประเพณี มิใช่แยกวัฒนธรรมออกจากชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือกิจกรรมปิดเทศกาลวันที่ 3 พฤศจิกายนที่สวนสาธารณะหนองจองคำ ซึ่งจะมีปอยก๋อยจ๊อดและขบวนแห่ต้นเกี๊ยะหรือต้นแปก ประเพณีใช้ชิ้นไม้สนมัดรวมเป็นต้นแล้วจุดเป็นพุทธบูชา รายละเอียดด้านพื้นที่ เวลา และความปลอดภัยควรตรวจสอบจากเทศบาลหรือประชาสัมพันธ์จังหวัดอีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะกิจกรรมแต่ละวันจัดคนละสถานที่
ข้อมูลได้รับการตรวจสอบกับ [สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน](https://maehongson.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/548579) ซึ่งเผยแพร่กำหนดการตั้งแต่ 22 ตุลาคมถึง 3 พฤศจิกายน และ [สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน](https://maehongson.cdd.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/431354) ซึ่งอธิบายการมีส่วนร่วมของ 6 ชุมชนและเป้าหมายเชื่อมทุนวัฒนธรรมกับรายได้ท้องถิ่น



