ประเทศไทยกำลังขยับจากการเป็นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่บทบาทเจ้าภาพเวทีเทคโนโลยีระดับโลก หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ประกาศเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่า ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมวงจรอิเล็กทรอนิกส์โลก ครั้งที่ 17 หรือ Electronic Circuits World Convention 17 (ECWC17) นับเป็นครั้งแรกที่การประชุมนี้จัดขึ้นในอาเซียน

งานมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2570 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ และจะจัดควบคู่กับ Thailand Electronics Circuit Asia 2027 หรือ THECA 2027 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีแผงวงจรพิมพ์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง บีโอไอร่วมมือกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) และหน่วยงานพันธมิตร ตั้งเป้าดึงผู้บริหาร วิศวกร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญกว่า 3,000 คนจากมากกว่า 30 ประเทศ

ECWC ไม่ใช่งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่เป็นเวทีที่จัดขึ้นทุก 3 ปี เริ่มครั้งแรกที่กรุงลอนดอนเมื่อปี 2521 ก่อนหมุนเวียนไปยังศูนย์กลางเทคโนโลยี เช่น โตเกียว เซี่ยงไฮ้ ไทเป โซล และล่าสุดที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ในปี 2567 การเลือกกรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 17 จึงมีความหมายต่อสถานะของไทยในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลกมากกว่าการเป็นเพียงสถานที่จัดประชุม

หัวข้อใหญ่ของงานคือ “Interconnection Technology for the AI-Driven Future: PCB, Substrate & Advanced Packaging” ครอบคลุมเทคโนโลยีเชื่อมต่อที่ทำให้ชิปและระบบ AI ทำงานร่วมกันได้ ตั้งแต่แผงวงจรพิมพ์ ฐานรองชิป การประกอบชิปขั้นสูง การประกอบแผงวงจรและระบบ ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI โรงงานอัจฉริยะ การทดสอบและควบคุมคุณภาพ อิเล็กทรอนิกส์สีเขียว การพัฒนาบุคลากร โฟโตนิกส์ และฮาร์ดแวร์ AI

แผงวงจรพิมพ์หรือ PCB อาจดูเป็นเพียงแผ่นสีเขียวที่อยู่ภายในอุปกรณ์ แต่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักที่เชื่อมชิป หน่วยความจำ แหล่งจ่ายไฟ และชิ้นส่วนอื่นเข้าด้วยกัน ความต้องการประมวลผล AI ทำให้การออกแบบแผงวงจร ฐานรองชิป และระบบระบายความร้อนต้องรองรับข้อมูลจำนวนมาก ความเร็วสูง และพลังงานที่เพิ่มขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของการแข่งขันด้านศูนย์ข้อมูล รถยนต์ไฟฟ้า โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ และระบบอัตโนมัติ

บีโอไอคาดว่าจะมีผลงานวิชาการนำเสนอมากกว่า 150 เรื่อง และผู้แสดงสินค้าใน ECWC17 กับ THECA 2027 รวมกันกว่า 450 ราย สำหรับผู้ประกอบการไทย งานนี้เปิดโอกาสให้พบผู้ผลิตระดับโลก ซัพพลายเออร์วัสดุและเครื่องจักร ตลอดจนผู้ซื้อจากต่างประเทศโดยตรง ขณะที่มหาวิทยาลัยและนักวิจัยจะมีพื้นที่เชื่อมงานวิจัยกับความต้องการของโรงงาน รวมถึงพัฒนาคนให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว

ข่าวนี้กำลังได้รับความสนใจเพราะเกิดขึ้นในช่วงที่การลงทุนอุตสาหกรรม PCB ในไทยขยายตัวต่อเนื่อง ข้อมูลบีโอไอก่อนหน้านี้ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม 2566 ถึงมิถุนายน 2567 มีคำขอรับการส่งเสริมลงทุนในอุตสาหกรรม PCB รวมมากกว่า 140,000 ล้านบาท เทียบกับค่าเฉลี่ยราว 15,000 ล้านบาทต่อปีในช่วง 2564–2565 โดยมีผู้ลงทุนสำคัญจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฮ่องกง บีโอไอยังระบุในประกาศล่าสุดว่าไทยเป็นหนึ่งใน 4 ประเทศผู้ส่งออกสุทธิฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน เกาหลีใต้ และมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม การได้เป็นเจ้าภาพไม่ได้แปลว่าไทยจะได้ประโยชน์โดยอัตโนมัติ สิ่งที่ต้องจับตาคือจำนวนการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ซัพพลายเออร์ไทย การสร้างงานทักษะสูง และความสามารถของสถาบันการศึกษาในการผลิตวิศวกรและช่างเทคนิคให้เพียงพอ อีกประเด็นคือมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เพราะการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ใช้สารเคมี น้ำ และพลังงานสูง หากต้องการเป็นฐานเทคโนโลยีระยะยาว ไทยต้องเติบโตควบคู่กับระบบกำกับของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ECWC17 จึงเป็นทั้งเวทีแสดงศักยภาพและบททดสอบว่าไทยจะเปลี่ยนความสนใจจากต่างประเทศให้เป็นฐานความรู้และธุรกิจที่คนไทยมีส่วนร่วมได้มากเพียงใด ช่วงก่อนถึงเดือนสิงหาคม 2570 สิ่งสำคัญคือการติดตามรายชื่อบริษัทและนักวิจัยที่จะเข้าร่วม โครงการจับคู่ธุรกิจ แผนพัฒนาบุคลากร และการเชื่อมผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่ PCB–ชิป–เซิร์ฟเวอร์ AI

แหล่งข้อมูล: - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน: https://www.thaigov.go.th/uploads/document/290/2026/10/pdf/20261022122418_5910.pdf - Money & Banking: https://en.moneyandbanking.co.th/2026/281070/ - Thailand Board of Investment: https://www.boi.go.th/un/boi_event_detail?language=ko&module=news&topic_id=135617