รัฐบาลเปิดรายละเอียดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ ธุรกิจที่ตั้งอยู่นอกเขตประกาศภัยพิบัติก็สามารถยื่นขอรับการพิจารณาได้ หากมีหลักฐานว่ากิจการเสียหายจากอุทกภัยจริง มาตรการนี้จึงไม่ได้ผูกสิทธิไว้กับเส้นเขตปกครองเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาความเสียหายเป็นรายกรณี

รายละเอียดที่รัฐบาลเผยแพร่เมื่อ 22 ตุลาคม 2569 ระบุว่า โครงการ Soft Loan GSB มีวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ใช้สำหรับซ่อมแซมสถานประกอบการ ฟื้นฟูทรัพย์สิน และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจกลับมาเดินต่อได้ ครอบคลุมกิจการผลิต บริการ ค้าส่ง และค้าปลีก โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อ 20 ตุลาคม

ผู้ยื่นกู้ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยและมีคนไทยถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 รองรับทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ แต่บัญชีที่จะเข้าร่วมต้องไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL วงเงินสูงสุดเมื่อรวมจากทุกสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการอยู่ที่ 30 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ จำนวนที่ได้รับจริงขึ้นกับความจำเป็น ความเสียหาย และความสามารถชำระหนี้ ไม่ได้อนุมัติเต็มเพดานโดยอัตโนมัติ

โครงสร้างดอกเบี้ยแบ่งเป็นช่วงเวลา ธนาคารออมสินจะจัดหาเงินให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ก่อนปล่อยต่อแก่เอสเอ็มอี โดยดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้ไม่เกินร้อยละ 3.50 ต่อปีในปีที่ 1–2 และไม่เกินร้อยละ 5.00 ต่อปีในปีที่ 3–5 หากผ่อนเกินห้าปี อัตราตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไปจะเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด ผู้ประกอบการจึงควรคำนวณภาระตลอดอายุสัญญา ไม่ใช่ดูเฉพาะอัตราช่วงเริ่มต้น

เหตุที่มาตรการนี้กำลังเป็นประเด็น คือ น้ำท่วมรอบล่าสุดไม่ได้กระทบเฉพาะบ้านเรือน แต่รบกวนตลาด ร้านค้า โรงงาน และห่วงโซ่ชิ้นส่วนรถยนต์ด้วย สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 20 ตุลาคมว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบช่วยเหลือน้ำท่วม 10,500 ล้านบาท พร้อมมาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การลดหย่อนภาษี และการยกเว้นอากรบางรายการ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าการฟื้นฟูต้องแก้ทั้งค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและปัญหาเงินหมุนของธุรกิจ

สำหรับกิจการนอกเขตประกาศภัย ประเด็นสำคัญคือเอกสารพิสูจน์ความเสียหาย เช่น หลักฐานสถานที่ ภาพถ่าย รายการทรัพย์สินหรือสต็อกที่เสียหาย และเอกสารทางธุรกิจที่สถาบันการเงินร้องขอ การมีสิทธิยื่นไม่ได้แปลว่าจะผ่านสินเชื่อ เพราะธนาคารยังต้องตรวจคุณสมบัติ ความสามารถชำระหนี้ และเงื่อนไขโครงการ ผู้สนใจควรติดต่อธนาคารออมสินหรือสถาบันการเงินที่เข้าร่วมเพื่อขอรายการเอกสารล่าสุดก่อนยื่นจริง

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้มีสามเรื่อง ได้แก่ วันที่แต่ละสถาบันการเงินเริ่มรับคำขอ เกณฑ์ประเมินความเสียหายนอกเขตประกาศภัย และความเร็วในการส่งเงินถึงผู้ประกอบการที่ต้องรีบเปิดกิจการ รัฐบาลกำหนดกรอบยื่นขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และให้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นที่สายด่วนธนาคารออมสิน 1115 ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบระยะเวลาผ่อน หลักประกัน และอัตราดอกเบี้ยหลังปีที่ห้าให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

แหล่งข้อมูลโดยตรง: [รัฐบาลไทย—รายละเอียดสินเชื่อฟื้นฟู SME](https://www.thaigov.go.th/th/news/170407), [รัฐบาลไทย—สรุปการประชุมคณะรัฐมนตรี 20 ตุลาคม 2569](https://www.thaigov.go.th/th/news/170354) และ [Reuters—มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมของไทย](https://www.reuters.com/business/environment/thailand-cabinet-approves-313-million-flood-relief-official-says-2026-10-20/)