คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบการประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่งในจังหวัดชลบุรีและระยอง เปิดทางรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล หุ่นยนต์ โลจิสติกส์ และบริการสุขภาพ มติดังกล่าวเกิดขึ้นในการประชุม กพอ. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และกรมประชาสัมพันธ์ระบุตรงกันว่า ทั้ง 4 พื้นที่มีประมาณการลงทุนเบื้องต้นรวม 25,664 ล้านบาท และอาจสร้างการจ้างงานราว 12,700–14,700 อัตราเมื่อโครงการพัฒนาเป็นไปตามแผน ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายหรือประมาณการในอนาคต ไม่ใช่ยอดลงทุนและการจ้างงานที่เกิดขึ้นแล้ว
พื้นที่แรกคือ “อีเทค สมาร์ท พาร์ค” ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 610 ไร่ รองรับยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร คาดลงทุนประมาณ 19,750 ล้านบาท และจ้างงาน 3,500–5,500 อัตรา นับเป็นโครงการที่มีมูลค่าประมาณการสูงที่สุดในชุดนี้
แห่งที่สอง “นิว ฮอไรซัน ซิตี้” อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ประมาณ 572 ไร่ วางแนวทางเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ รองรับยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล คาดลงทุน 4,000 ล้านบาท และจ้างงานมากกว่า 1,200 อัตรา
แห่งที่สามคือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษพนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พื้นที่ประมาณ 507 ไร่ มุ่งรองรับยานยนต์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และโลจิสติกส์ คาดลงทุน 1,669 ล้านบาท และจ้างงานประมาณ 7,750 อัตรา ส่วนแห่งที่สี่คือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษยานยนต์สมัยใหม่ที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง พื้นที่ประมาณ 70 ไร่ รองรับยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ และดิจิทัล คาดลงทุน 245 ล้านบาท และเพิ่มการจ้างงานราว 250 อัตรา
เหตุที่ข่าวนี้กำลังถูกจับตา ไม่ใช่เพียงขนาดเม็ดเงิน แต่เป็นการเพิ่มพื้นที่รองรับห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในภาคตะวันออก ขณะเดียวกัน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรระบุว่า ที่ประชุมกำชับให้เข้มงวดเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความพร้อมของถนน น้ำ และไฟฟ้า รวมถึงการบริหารความเสี่ยงน้ำท่วมและระบบระบายน้ำ เพื่อไม่ให้การขยายตัวของโรงงานสร้างภาระต่อชุมชนโดยรอบ
อีกประเด็นสำคัญคือ การได้รับสถานะเป็นเขตส่งเสริมไม่ได้แปลว่าผู้ประกอบการทุกแห่งจะได้สิทธิประโยชน์หรือใบอนุญาตโดยอัตโนมัติ โครงการและกิจการยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 รวมถึงกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังย้ำว่าการดำเนินงานต้องโปร่งใส ถูกกฎหมาย และสมดุลกับการดูแลทรัพยากรในพื้นที่
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้มีอย่างน้อยสามด้าน ได้แก่ การประกาศและขั้นตอนทางกฎหมายของทั้ง 4 เขต การลงทุนจริงที่เกิดขึ้นเทียบกับประมาณการ และมาตรการรองรับผลกระทบต่อชุมชน โดยเฉพาะน้ำ การจราจร ที่อยู่อาศัย และความต้องการแรงงานทักษะสูง หากการลงทุนเดินหน้าได้ตามแผน พื้นที่รอบบ้านบึง ศรีราชา พนัสนิคม และปลวกแดงอาจได้ประโยชน์จากงานและธุรกิจบริการมากขึ้น แต่คุณภาพของการกำกับดูแลจะเป็นตัวชี้ว่าผลประโยชน์ดังกล่าวกระจายถึงคนในพื้นที่เพียงใด
แหล่งข้อมูลโดยตรง: [สกพอ.](https://www.eeco.or.th/press_release/meeting-eeco-3rd_2026/), [กรมประชาสัมพันธ์](https://prd.go.th/main/article/007c1845-af8a-4d30-a854-666a013b8f8d), [สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร](https://otp.go.th/post/view/13567) และ [กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม](https://www.mnre.go.th/th/news/detail/260698)



