ประเด็นคำขอทำเหมืองโดโลไมต์ใกล้กลุ่มป่าแก่งกระจานกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชส่งหนังสือเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถึงกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และกรมป่าไม้ แสดงข้อกังวลต่อคำขอประทานบัตรของบริษัทเอกชนในตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ข้อเท็จจริงสำคัญที่สุดในเวลานี้คือ โครงการยังไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเหมือง กพร. เคยชี้แจงเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า การยื่นคำขอประทานบัตรไม่ได้ก่อให้เกิดสิทธิทำเหมืองโดยอัตโนมัติ ผู้ยื่นยังต้องผ่านขั้นตอนด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พื้นที่ป่า การรับฟังความคิดเห็น และการอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกหลายชั้น การมีรายงาน EIA อยู่ระหว่างพิจารณาจึงไม่เท่ากับได้รับไฟเขียว

พื้นที่คำขอเดิมมีขนาดประมาณ 540 ไร่ ก่อนถูกปรับลดเหลือราว 249 ไร่ โดยผู้เสนออ้างว่าเว้นระยะจากแนวอุทยานประมาณ 2 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม หนังสือของกรมอุทยานฯ ระบุว่าพื้นที่ที่เหลือยังอยู่ในเขตกันชนตามแผนบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พ.ศ. 2566–2570 และอยู่ในพื้นที่สนับสนุนลำดับความสำคัญสูง ซึ่งมีบทบาทต่อการคงอยู่ของระบบนิเวศรอบกลุ่มป่ามรดกโลก

จุดที่กรมอุทยานฯ เน้นเป็นพิเศษคือ รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ที่มีอยู่ยังไม่มีการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก หรือ Heritage Impact Assessment (HIA) จึงยังขาดข้อมูลสำหรับวิเคราะห์ผลต่อคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลและความสมบูรณ์ของกลุ่มป่าแก่งกระจานอย่างครบถ้วน

โครงการตามคำขอเป็นเหมืองเปิดหน้าดินแบบขั้นบันได มีระยะเวลาประทานบัตรที่ขอ 30 ปี ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามจึงครอบคลุมทั้งฝุ่น PM10 และ PM2.5 เสียง แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรและการขนส่ง ผลต่อแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำใต้ดิน ตลอดจนการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่าระหว่างพื้นที่อนุรักษ์กับเขตกันชน

กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2564 ตามเกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ครอบคลุมอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รวมพื้นที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ พื้นที่นี้เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์สำคัญ เช่น ช้างป่า หมีหมา และกวางป่า รวมทั้งเป็นแหล่งดูนกที่ชุมชนใช้ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

ในระดับพื้นที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรีเคยแจ้งจังหวัดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมว่าไม่เห็นด้วยหากจะอนุญาตโครงการ ขณะที่เครือข่ายชุมชนและองค์กรอนุรักษ์หลายแห่งเรียกร้องให้ยุติการพิจารณา โดยให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ แหล่งน้ำ วิถีชุมชน และพันธกรณีของไทยต่ออนุสัญญามรดกโลก

อีกด้านหนึ่ง กพร. ระบุว่าความกังวลเรื่องการขนส่ง แรงสั่นสะเทือน แหล่งน้ำ และมรดกโลกต้องถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะผู้ชำนาญการด้าน EIA หากไม่มีมาตรการป้องกันผลกระทบที่เพียงพอ รายงานจะไม่ได้รับความเห็นชอบและไม่สามารถเดินหน้าสู่การอนุญาตทำเหมืองได้ คำชี้แจงนี้ทำให้สถานะล่าสุดยังเป็น “คำขอที่อยู่ระหว่างกระบวนการ” ไม่ใช่เหมืองที่เปิดดำเนินการแล้ว

เหตุที่เรื่องนี้กำลังได้รับความสนใจคือ หนังสือจากกรมอุทยานฯ ทำให้ข้อกังวลยกระดับจากเสียงคัดค้านในชุมชนเป็นความเห็นอย่างเป็นทางการของหน่วยงานเจ้าของภารกิจอนุรักษ์ ขณะเดียวกันก็เปิดโจทย์ว่าระบบพิจารณาจะจัดการความต่างระหว่าง EIA ทั่วไปกับ HIA สำหรับแหล่งมรดกโลกอย่างไร

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปมีสามเรื่อง ได้แก่ กพร. และกรมป่าไม้จะตอบหนังสืออย่างไร คณะผู้ชำนาญการจะกำหนดให้ทำ HIA เพิ่มหรือไม่ และข้อมูลการมีส่วนร่วมของชุมชนจะถูกนำไปใช้ในคำตัดสินเพียงใด ก่อนมีผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการ การรายงานข่าวจึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “มีคำขอ” “อยู่ระหว่างประเมิน” และ “ได้รับอนุญาต” เพื่อไม่ทำให้สาธารณะเข้าใจว่าเหมืองเริ่มขึ้นแล้ว

แหล่งข้อมูล: [Thai PBS](https://www.thaipbs.th/news/content/571945), [กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่](https://www.dpim.go.th/), [มูลนิธิสืบนาคะเสถียร](https://www.seub.or.th/bloging/news/2026-265/) และ [ผู้จัดการออนไลน์](https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000104486)