การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมเปิดขบวนรถพิเศษนำเที่ยว “รถไฟลอยน้ำ” เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฤดูกาล 2569–2570 เริ่มเดินทางวันแรก 7 พฤศจิกายน 2569 และให้บริการถึง 31 มกราคม 2570 รวม 26 วัน โดยแบ่งเป็นตั๋วเดินทางอิสระและแพ็กเกจท่องเที่ยวเต็มวัน ทำให้ผู้โดยสารเลือกได้ตามงบประมาณและรูปแบบการเที่ยวที่ต้องการ
คำว่า “รถไฟลอยน้ำ” เป็นชื่อเรียกเชิงท่องเที่ยว ขบวนไม่ได้ลอยอยู่บนผิวน้ำจริง แต่แล่นบนสะพานรถไฟยกระดับเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เมื่อระดับน้ำสูงและมองออกไปเห็นน้ำทั้งสองด้าน ภาพจากหน้าต่างจึงเหมือนขบวนรถกำลังวิ่งกลางผืนน้ำ จุดนี้เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เส้นทางกลับมาได้รับความสนใจทุกปลายปี
สำหรับตั๋วเดินทางอิสระแบบไป–กลับ รถนั่งชั้น 3 พัดลมราคา 350 บาทต่อคน ส่วนรถนั่งและนอนปรับอากาศชั้น 2 แบบ JR WEST และรถนั่งปรับอากาศ OTOP TRAIN ราคา 650 บาทต่อคน ผู้เดินทางจะได้สัมผัสเส้นทางและวางแผนเที่ยวต่อเอง เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายหรือมีสถานที่เป้าหมายอยู่แล้ว
ส่วนแพ็กเกจท่องเที่ยวเต็มวันรวมการเดินทาง อาหารตามโปรแกรม และกิจกรรมนำเที่ยวในจังหวัดลพบุรี เช่น แหล่งประวัติศาสตร์ ทุ่งทานตะวัน วิถีชุมชน และช่วงชมทัศนียภาพเหนือเขื่อนในยามเย็น มีตัวเลือก SRT Royal Blossom ราคา 2,599 บาทต่อคน ห้องแบบกลุ่มสำหรับ 4 คนราคา 15,999 บาท และรถ “สุดขอบฟ้า” ราคา 2,999 บาทสำหรับชั้น 1 หรือ 2,799 บาทสำหรับชั้น 2
ตารางขบวนเดินทางอิสระกำหนดไว้ 26 วัน ส่วนใหญ่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เดือนพฤศจิกายนมีวันที่ 7, 8, 14, 15, 21, 22, 28 และ 29 เดือนธันวาคมมีวันที่ 5, 6, 7, 10, 12, 13, 19, 20, 26 และ 27 ส่วนเดือนมกราคม 2570 มีวันที่ 9, 10, 16, 17, 23, 24, 30 และ 31 ซึ่งเป็นวันปิดฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม รถโดยสารบางประเภทไม่ได้ให้บริการทุกวัน เช่น ตู้ OTOP งดวันที่ 5 ธันวาคม และตู้ “สุดขอบฟ้า” มีวันงดให้บริการบางช่วง ผู้ซื้อจึงไม่ควรดูแค่ปฏิทินวันเดินรถ แต่ต้องตรวจตัวเลือกรถและจำนวนที่นั่งจริงในระบบ D-Ticket ของการรถไฟฯ ก่อนชำระเงิน
นอกจากนี้ยังมีตั๋วระยะสั้นสำหรับผู้โดยสารในพื้นที่ เช่น สระบุรี–เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ราคา 250 บาท และแก่งเสือเต้นหรือโคกสลุง–เขื่อนป่าสักฯ ราคา 100 บาท แต่จำหน่ายในวันเดินทางและมีจำนวนจำกัด ส่วนตั๋วเที่ยวเดียวขากลับจากเขื่อนไปกรุงเทพฯ จะขายเมื่อมีที่นั่งเหลือเท่านั้น จึงไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นแผนหลักโดยไม่สำรองทางเลือก
เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสก่อนเดือนพฤศจิกายน คือเป็นการท่องเที่ยวที่รวมประสบการณ์รถไฟ วิวเขื่อน ทุ่งทานตะวัน และชุมชนลพบุรีไว้ในวันเดียว อีกทั้งค่าโดยสารเริ่มต้น 350 บาทยังเข้าถึงง่ายกว่าหลายแพ็กเกจท่องเที่ยวช่วงปลายปี ขณะเดียวกันตัวเลือกตู้โดยสารพิเศษก็ขยายตลาดไปยังกลุ่มที่ต้องการความสะดวกหรือประสบการณ์ระดับพรีเมียม
สิ่งที่ควรเตรียมคือ ตรวจเวลาและสถานีขึ้นรถให้ตรงกับบัตรโดยสาร เผื่อเวลาถึงสถานีล่วงหน้า พกอุปกรณ์กันแดดและน้ำดื่ม และตรวจพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง เพราะทัศนียภาพ ระดับน้ำ และการบานของทุ่งทานตะวันเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ผู้โดยสารควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และไม่ยื่นตัวหรือเดินในพื้นที่ห้ามเข้าบริเวณสะพาน
การจองทำได้ผ่านระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทั่วประเทศ โดยเปิดจองล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน จำนวนที่นั่งและชนิดรถอาจเปลี่ยนตามยอดจองและการจัดขบวน ดังนั้นข้อมูลจากหน้าการรถไฟฯ ในวันที่ซื้อถือเป็นข้อมูลสุดท้ายที่ควรใช้ตัดสินใจ
แหล่งข้อมูล: [ระบบท่องเที่ยว D-Ticket ของการรถไฟฯ](https://dticket.railway.co.th/DTicketPublicWeb/travel/booking/70), [Thai PBS](https://www.thaipbs.th/news/content/571949), [กรุงเทพธุรกิจ](https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1258676) และ [กำหนดการที่รวบรวมจากประกาศการรถไฟฯ](https://www.closeupthailand.com/post/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5-2569-2570-%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94-26-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99)



