ภูเก็ตกำลังเข้าสู่ช่วงติดตาม “เงินเยียวยาหลังน้ำลด” อย่างจริงจัง หลังรัฐบาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า มีประชาชนลงทะเบียนแจ้งเคลมตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติแล้ว 181 เคส จากเหตุฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัด โดยจำนวนผู้แจ้งเคลมกระจุกตัวอยู่ที่อำเภอกะทู้ 130 เคส ตามด้วยอำเภอเมืองภูเก็ต 44 เคส และอำเภอถลาง 7 เคส

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพอีกด้านของการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เพราะเมื่อระดับน้ำลดลง ภารกิจสำคัญไม่ใช่เพียงการทำความสะอาดบ้านหรือเปิดเส้นทาง แต่รวมถึงการรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบสิทธิ และทำให้เงินช่วยเหลือไปถึงเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายจริงอย่างรวดเร็ว หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการประกอบด้วยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย

ข้อมูลจาก คปภ. ระบุว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 25–26 ตุลาคม ส่งผลกระทบในอำเภอเมือง กะทู้ และถลาง โดยเฉพาะบริเวณป่าตองที่พบทั้งน้ำไหลหลากและดินโคลน รัฐบาลระบุภายหลังว่า สถานการณ์ในถลางกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่อำเภอเมืองยังต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำต่อเนื่อง ความคืบหน้าจึงยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามทั้งด้านความปลอดภัยและการเยียวยา

เหตุที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น คือกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเพิ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และเหตุภูเก็ตเป็นหนึ่งในกรณีแรก ๆ ที่ประชาชนจำนวนมากเริ่มใช้กระบวนการแจ้งเคลมพร้อมกัน ตามคำอธิบายของ คปภ. ความคุ้มครองครอบคลุมภัยหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์แล้ว จะมีการจ่ายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และอาจพิจารณาความเสียหายจริงเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 90,000 บาท รวมวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

อย่างไรก็ตาม สิทธิไม่ได้ครอบคลุมทุกความเสียหายโดยอัตโนมัติ บ้านต้องมีทะเบียนบ้านและข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย และความคุ้มครองส่วนที่อยู่อาศัยเน้นตัวสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ การพิจารณายังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และการตรวจสอบพื้นที่ประกาศภัย ผู้ยื่นควรเตรียมข้อมูลยืนยันตัวตน บ้านเลขที่ ภาพถ่ายความเสียหาย และข้อมูลบัญชีรับเงินให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้กระบวนการสะดุด

ประชาชนสามารถแจ้งความเสียหายผ่านเว็บไซต์ Thai NATCAT ที่ www.thainatcat.org, LINE Official Account @ThaiNATCAT, ศูนย์บริการลูกค้า 02-012-5555 หรือจุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ ผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนหรือไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับแจ้งได้ ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหรือการเคลม ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 ได้

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้มีสามประเด็น ได้แก่ จำนวนเคสที่ผ่านการตรวจสอบจริง ระยะเวลาการจ่ายเงินเบื้องต้น และกรณีความเสียหายที่เกินวงเงินหรือเกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประเภทอื่น เช่น บ้าน ทรัพย์สิน หรือรถยนต์ ตัวเลข 181 เคสจึงยังไม่ใช่บทสรุปของความเสียหายทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการทดสอบว่าระบบประกันภัยพิบัติรูปแบบใหม่จะเปลี่ยนข้อมูลแจ้งเหตุให้เป็นความช่วยเหลือที่ถึงมือประชาชนได้เร็วและทั่วถึงเพียงใด