ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยเดือนกันยายน 2569 ดีขึ้นจากเดือนก่อน และไตรมาส 3 ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 โดยแรงส่งสำคัญมาจากการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ วัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ภาพรวมไม่ได้แข็งแรงเท่ากันทุกด้าน เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง การใช้จ่ายบริการชะลอ และค่าครองชีพยังจำกัดกำลังซื้อของครัวเรือน
[รายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนกันยายนและไตรมาส 3 ของ ธปท.](https://www.bot.or.th/en/news-and-media/news/news-20261030.html) เผยแพร่วันที่ 30 ตุลาคม ระบุว่า การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้แรงหนุนจากความต้องการเทคโนโลยีโลก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเร่งตัวตามการนำเข้าเครื่องประมวลผลข้อมูลสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตัวเลขที่ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจคือดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเดือนกันยายน ซึ่ง [นิตยสารการเงินธนาคารรายงานจากการแถลงของ ธปท.](https://en.moneyandbanking.co.th/2026/283158/) ว่าเพิ่มขึ้น 21.6% จากเดือนก่อนหลังปรับฤดูกาล สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี และเพิ่มขึ้น 55.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แรงกระโดดส่วนหนึ่งมาจากรอบส่งมอบอุปกรณ์ประมวลผลอัตโนมัติและอุปกรณ์ดิจิทัลของโครงการ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ จึงควรอ่านตัวเลขนี้ว่าเป็นการเร่งลงทุนเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่หลักฐานว่าธุรกิจทุกประเภทฟื้นตัวพร้อมกัน
ภาพระยะกลางสอดคล้องกับการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมก่อนหน้านี้ [บทวิเคราะห์อุตสาหกรรมของวิจัยกรุงศรี](https://www.krungsri.com/en/research/industry/industry-horizon/20261028) ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติโครงการดิจิทัล 88 โครงการ มูลค่ารวม 885,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.2% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวรวดเร็วทำให้ภาครัฐต้องเข้มงวดเรื่องมาตรฐาน การใช้ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ด้านที่สวนทางกันคือการท่องเที่ยว ธปท. ระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ หลังช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อนสิ้นสุดลงและต้นทุนเดินทางสูงขึ้น แม้รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจากระยะพำนักเฉลี่ยที่ยาวขึ้นก็ตาม กิจกรรมที่เกี่ยวกับโรงแรมและร้านอาหารจึงชะลอ ขณะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายบริการเพราะค่าครองชีพยังสูง
ภาพนี้สอดคล้องกับการประเมินล่าสุดของ ธปท. ที่ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2569 เป็นขยายตัว 2.4% และปี 2570 ที่ 2.1% โดย [รอยเตอร์รายงานเมื่อ 28 ตุลาคม](https://www.reuters.com/world/asia-pacific/thai-central-bank-keeps-interest-rate-unchanged-2026-10-28/) ว่า ธปท. มองแรงส่งจากการส่งออกและการลงทุนเทคโนโลยีดีขึ้น แต่การเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพและผลประโยชน์กระจุกตัวในบางภาคส่วน พร้อมลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้เหลือ 32 ล้านคน
สำหรับไตรมาส 3 การบริโภคภาคเอกชนโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะสินค้าคงทนตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า และได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากมาตรการภาครัฐ แต่ในเดือนกันยายนเพียงเดือนเดียว การบริโภคกลับชะลอลงในหมวดบริการ ขณะเดียวกันบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน แม้ตลาดแรงงานโดยรวมยังทรงตัว แต่จำนวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ต้องติดตาม
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้มีอย่างน้อยสี่ด้าน ได้แก่ วัฏจักร AI และอิเล็กทรอนิกส์จะยืนระยะได้นานเพียงใด การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์จะสร้างงานและห่วงโซ่อุปทานในประเทศมากน้อยแค่ไหน ภาคท่องเที่ยวจะฟื้นในฤดูท่องเที่ยวปลายปีหรือไม่ และราคาพลังงานจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกดค่าครองชีพกับค่าเดินทางเพิ่มเพียงใด
ดังนั้น ข่าวดีของเดือนกันยายนคือการลงทุนและการส่งออกเทคโนโลยีเร่งตัวชัดเจน แต่โจทย์ของเศรษฐกิจไทยยังเป็นการทำให้แรงส่งนั้นกระจายถึงผู้บริโภค ธุรกิจบริการ และแรงงานวงกว้าง หากกำลังซื้อกับท่องเที่ยวยังอ่อน เศรษฐกิจอาจโตแบบ “สองความเร็ว” คือเทคโนโลยีเดินหน้าเร็ว ขณะที่รายได้ของคนส่วนใหญ่ฟื้นช้ากว่า



