คณะผู้แทนอาเซียนนำโดย มา. เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์และผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนว่าด้วยเมียนมา เดินทางปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมาระหว่างวันที่ 28–30 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายติดตามและขยายการส่งความช่วยเหลือไปยังครัวเรือนมากกว่า 11,000 แห่งในรัฐกะเหรี่ยง รัฐฉานใต้ และรัฐฉานเหนือ
ภารกิจนี้ดำเนินงานร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ หรือ AHA Centre และสภากาชาดเมียนมา สิ่งของที่จะกระจายตลอดเดือนพฤศจิกายนประกอบด้วยข้าวถุงละ 50 กิโลกรัม ชุดของใช้สำหรับครอบครัว และชุดสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยรัฐฉานเหนือเป็นพื้นที่ที่ AHA Centre ระบุว่าจะเข้าไปส่งความช่วยเหลือเป็นครั้งแรก
กระทรวงการต่างประเทศเมียนมารายงานว่า วันที่ 28 ตุลาคม คณะผู้แทนพร้อมทีมติดตามของอาเซียน เจ้าหน้าที่ AHA Centre และนักการทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนในย่างกุ้ง ได้สังเกตการณ์การแจกสิ่งของที่จุดชุมชนสองแห่งในเมืองตองจี รัฐฉานใต้ ก่อนเดินทางต่อไปยังกรุงเนปยีดอว์ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ระบุว่า ภารกิจนี้มุ่งเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่และชุมชนที่ยังได้รับความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง
นอกจากอาหารและของใช้จำเป็นแล้ว คณะผู้แทนยังมีกำหนดส่งมอบอาคารทางศาสนาเชิงสัญลักษณ์ และแจกชุดอุปกรณ์การศึกษาให้โรงเรียนสำเร็จรูปที่สร้างด้วยเงินสนับสนุนจากฟิลิปปินส์ หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาคกลางของเมียนมาเมื่อปี 2568 ภาพรวมจึงเชื่อมทั้งความต้องการเร่งด่วนในปัจจุบันกับการฟื้นฟูระยะยาวหลังภัยพิบัติ
เหตุที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจมากกว่าการแจกสิ่งของทั่วไป คือภารกิจเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงมะนิลาในเดือนพฤศจิกายน และท่ามกลางวิกฤตภายในเมียนมาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2564 ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง เปิดการเจรจาระหว่างทุกฝ่าย แต่งตั้งผู้แทนพิเศษ จัดส่งความช่วยเหลือ และให้ผู้แทนเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การส่งสิ่งของจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่ด้านที่อาเซียนยังเดินหน้าทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม การมีภารกิจมนุษยธรรมไม่ได้หมายความว่าปัญหาทางการเมืองได้รับการแก้ไขแล้ว สำนักข่าว AP ระบุว่า รัฐบาลที่กองทัพหนุนกำลังพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่อาเซียนเคยจำกัดการเข้าร่วมประชุมระดับสูงของผู้นำเมียนมาเนื่องจากความคืบหน้าตามฉันทามติ 5 ข้อยังไม่เพียงพอ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าความช่วยเหลือจะเข้าถึงประชาชนตามความจำเป็นโดยไม่เลือกปฏิบัติได้จริงเพียงใด
ด้านคำถามว่าลาซาโรจะได้พบ ออง ซาน ซูจี หรือไม่ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ระบุว่ายังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการพบดังกล่าว ดังนั้นการคาดเดาว่าภารกิจนี้จะนำไปสู่การเจรจาทางการเมืองโดยตรงจึงยังเร็วเกินไป ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือการเยือนรัฐฉาน การหารือในเนปยีดอว์ และการติดตามการกระจายความช่วยเหลือ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้มีสามเรื่อง หนึ่ง จำนวนครัวเรือนที่ได้รับสิ่งของจริงเมื่อการกระจายเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน สอง ความปลอดภัยและการเข้าถึงรัฐฉานเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ใหม่ของ AHA Centre และสาม รายงานที่ผู้แทนพิเศษจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้นำอาเซียนก่อนการประชุมสุดยอด หากภารกิจสามารถเปิดเส้นทางช่วยเหลือใหม่ได้ต่อเนื่อง ผลลัพธ์สำคัญจะไม่ใช่เพียงจำนวนถุงข้าว แต่คือการสร้างช่องทางที่ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงยากได้รับความช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอ



