กัมพูชาเตรียมรับโบราณวัตถุเขมร 18 ชิ้นกลับประเทศ หลังวัตถุทั้งหมดถูกส่งมอบอย่างเป็นทางการให้สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาในกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการทวงคืนมรดกที่สูญหาย แต่สถานะล่าสุดยังไม่ใช่การเปิดจัดแสดงต่อสาธารณะในพนมเปญ วัตถุอยู่ในขั้นเตรียมการขนส่งและศึกษาต่อเมื่อเดินทางถึงกัมพูชา
กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชาระบุว่า วัตถุทั้ง 18 ชิ้นและชิ้นส่วนมีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–13 ครอบคลุมประติมากรรมหิน วัตถุสำริดที่ใช้ในพิธีกรรม และชิ้นส่วนเครื่องประดับ รายการเด่นมีเศียรหินสไตล์บาปวนจากช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 11 และเศียรสไตล์บายนจากปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12
ในชุดเดียวกันยังมีระฆังพุทธศาสนาหรือฆัณฑา พร้อมด้ามรูปวัชระ รูปสตรีร่ายรำบนฐาน แผ่นประดับพร้อมจี้ และตะเกียงสำริดที่เคยใช้ในพิธีกรรม รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าการส่งคืนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงประติมากรรมขนาดใหญ่ แต่รวมวัตถุที่สะท้อนศาสนา พิธีกรรม งานช่าง และชีวิตทางวัฒนธรรมของอารยธรรมเขมรหลายยุค
ที่มาของการส่งคืนเริ่มจากปฏิบัติการในลอนดอนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจนครบาลลอนดอน หน่วย Art and Antiques Unit ทำงานร่วมกับคณะทำงานด้านอาชญากรรมมรดกขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป หรือ OSCE เพื่อกู้ ตรวจเอกสาร และจัดเก็บวัตถุทางวัฒนธรรมเกือบ 200 รายการจากหลายภูมิภาค
OSCE ระบุในเวลานั้นว่า คอลเลกชันดังกล่าวมีวัตถุจากกัมพูชา บัคเตรีย และคันธาระ รวมอยู่ด้วย และจะต้องผ่านการตรวจสอบก่อนส่งคืนประเทศต้นทาง หลังผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าวัตถุ 18 ชิ้นมีต้นกำเนิดจากกัมพูชา กระทรวงจึงยื่นคำร้องขอคืนอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2569 ก่อนมีการส่งมอบให้สถานทูตในเดือนถัดมา
การส่งคืนมีความสำคัญมากกว่ามูลค่าทางศิลปะ เพราะวัตถุศักดิ์สิทธิ์และชิ้นส่วนจากศาสนสถานเชื่อมโยงกับความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของชุมชน เมื่อถูกแยกออกจากสถานที่เดิม ข้อมูลเรื่องบริบทก็สูญหายไปด้วย การนำกลับประเทศจึงเป็นทั้งการกู้ทรัพย์สินและเปิดโอกาสให้ศึกษาที่มาของวัตถุอย่างเป็นระบบ
เมื่อวัตถุเดินทางถึงกัมพูชา ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกัมพูชาจะเปรียบเทียบตัววัตถุกับข้อมูลภาคสนาม บันทึกแหล่งโบราณคดี และคำให้การที่มีอยู่ เพื่อหาประวัติการเคลื่อนย้ายและแหล่งกำเนิดที่ละเอียดขึ้น ผลการศึกษายังอาจช่วยเชื่อมโยงไปสู่วัตถุอื่นที่ถูกนำออกนอกประเทศโดยมิชอบ
ข่าวนี้ถูกจับตาเพราะเป็นอีกขั้นของกระแสส่งคืนมรดกเขมรที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2569 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กัมพูชาได้รับวัตถุ 74 ชิ้นจากครอบครัวของดักลาส แลตช์ฟอร์ด และเดือนเมษายนมีการประกาศรับคืนอีก 20 ชิ้นจากคอลเลกชันเอกชนในเอเชีย การส่งคืนจากลอนดอนครั้งล่าสุดจึงสะท้อนเครือข่ายความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ตำรวจ พิพิธภัณฑ์ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่ กำหนดการขนส่งถึงกัมพูชา ผลการตรวจสอบแหล่งกำเนิดของแต่ละชิ้น และแผนอนุรักษ์หรือจัดแสดงต่อสาธารณะ กระทรวงยังไม่ได้ประกาศวันเปิดนิทรรศการสำหรับชุดนี้ ดังนั้นคำว่า “กลับบ้าน” ในขณะนี้หมายถึงการส่งมอบทางกฎหมายและการเริ่มเดินทางกลับ ไม่ใช่ว่าประชาชนสามารถเข้าชมได้แล้ว
สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนี้คือ งานพิสูจน์ที่มาอาจตอบได้ว่าวัตถุบางชิ้นเคยอยู่ในศาสนสถานใด และจะนำไปสู่การบูรณะหรือคืนบริบทให้กับชุมชนเดิมได้หรือไม่ การศึกษาหลังการส่งคืนจึงสำคัญพอ ๆ กับพิธีรับมอบ เพราะจะเปลี่ยนวัตถุที่ถูกตัดขาดจากประวัติให้กลับมาเป็นหลักฐานของอารยธรรมเขมรอีกครั้ง
แหล่งข้อมูล: [Kiripost ซึ่งอ้างแถลงการณ์กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา](https://kiripost.com/stories/18-ancient-khmer-artefacts-start-journey-home-from-uk), [OSCE](https://www.osce.org/secretariat/601473), [The Star](https://www.thestar.com.my/aseanplus/aseanplus-news/2026/10/31/cambodia-announces-return-of-18-looted-khmer-antiquities-from-britain) และ [กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชาว่าด้วยการส่งคืน 74 ชิ้นก่อนหน้า](https://mcfa.gov.kh/law-regulation/announcement-on-the-repatriation-of-74-khmer-antiquities-from-the-family-of-douglas-latchford-to-cambodia/)



