ภาพจากกล้องดักถ่ายอัตโนมัติกำลังทำให้พื้นที่รอบกลุ่มปราสาทหมีเซินในภาคกลางของเวียดนามถูกมองใหม่ ไม่ใช่เพียงแนวป่าหลังโบราณสถาน แต่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด หน่วยงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติเวียดนามเผยแพร่ผลสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หลังคณะผู้ดูแลป่าพิเศษนครดานังติดตั้งกล้อง 30 ตัวใน 15 จุดของเขตรักษาภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหมีเซิน
ชนิดสัตว์ที่บันทึกหรือยืนยันได้มีทั้งลิ่นซุนดา ชะมด หมูป่า เม่น ลิง งูเหลือม และนกป่าหลายชนิด ส่วนข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนามซึ่งอธิบายโครงการเดียวกันก่อนหน้านี้ ระบุว่าการติดตามด้วยกล้องพบสัตว์ป่า 27 ชนิด แบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 8 ชนิด และนกหรือนกที่หากินตามพื้นดิน 19 ชนิด บางชนิดอยู่ในบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของ IUCN หรือกลุ่มที่กฎหมายเวียดนามคุ้มครอง
ตัวเลข “27 ชนิด” เป็นจำนวนสัตว์ป่าที่ระบบกล้องดักถ่ายบันทึกได้ ไม่ควรนำไปปะปนกับผลสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพวงกว้างของพื้นที่ ซึ่งรวมสัตว์เลื้อยคลาน ปลา แมลง สัตว์น้ำหน้าดิน และพืชด้วย รายงานล่าสุดกล่าวถึงฐานข้อมูลสัตว์หลายร้อยชนิดจากการสำรวจหลายวิธี แต่ยังย้ำตรงกันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอที่จะสรุปจำนวนตัวหรือความหนาแน่นประชากรของสัตว์แต่ละชนิด
โครงการเริ่มติดตั้งกล้องตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมเส้นทางสัตว์ ลำธาร และป่าที่ถูกรบกวนน้อย กล้องทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องเข้าใกล้สัตว์ จึงเหมาะกับชนิดที่ระวังตัว ออกหากินกลางคืน หรือพบเห็นได้ยาก ภาพที่ได้ไม่ได้มีประโยชน์แค่ยืนยันว่า “มีสัตว์อยู่” แต่ยังช่วยติดตามช่วงเวลาการเคลื่อนไหว พื้นที่กระจายตัว และความเปลี่ยนแปลงของถิ่นอาศัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่วางแผนลาดตระเวนได้แม่นยำขึ้น
รายงานก่อนหน้าจากผู้ดูแลมรดกหมีเซินยังบันทึกลิงหางหมูเหนือในหลายจุด และพบลูกลิงด้วย ข้อมูลนี้เป็นสัญญาณว่าป่าอาจทำหน้าที่มากกว่าแหล่งผ่านหรือแหล่งอาหารชั่วคราว อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องติดตามระยะยาวก่อนจะสรุปว่าประชากรมีเสถียรภาพเพียงใด การพบสัตว์หายากจึงเป็นข่าวดีด้านหลักฐาน แต่ไม่ใช่ใบรับรองว่าความเสี่ยงจากการล่า การสูญเสียถิ่นอาศัย หรือการรบกวนจากมนุษย์หมดไปแล้ว
ป่าคุ้มครองรอบหมีเซินมีพื้นที่มากกว่า 1,160 เฮกตาร์ ในจำนวนนี้กว่า 1,000 เฮกตาร์เป็นป่าพิเศษ ทำหน้าที่เป็นแนวกันชนให้กลุ่มปราสาทอิฐของอารยธรรมจาม ซึ่งยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2542 นอกจากเป็นบ้านของสัตว์และพืช ป่ายังช่วยควบคุมการไหลของน้ำ ลดการกัดเซาะและความเสี่ยงดินถล่ม จึงเชื่อมการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับการปกป้องฐานรากและภูมิทัศน์ของโบราณสถานโดยตรง
เหตุที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจในช่วงปลายเดือนตุลาคม คือภาพชุดใหม่ทำให้สาธารณะเห็นความสัมพันธ์ระหว่างมรดกวัฒนธรรมกับระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้จักหมีเซินจากปราสาทจาม แต่หลักฐานจากกล้องชี้ว่า ความสมบูรณ์ของป่ารอบนอกเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคุณค่าของพื้นที่ทั้งผืน ไม่ใช่ฉากหลังที่แยกออกจากโบราณสถาน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือการสำรวจซ้ำเพื่อยืนยันแนวโน้มประชากร การขยายระบบกล้องและซอฟต์แวร์ลาดตระเวนอัจฉริยะ รวมถึงการจัดการนักท่องเที่ยวไม่ให้รบกวนจุดอาศัยสำคัญ หากเวียดนามใช้ข้อมูลชุดนี้กำหนดพื้นที่ลาดตระเวนและมาตรการป้องกันการล่าได้จริง กล้องเล็ก ๆ ในป่าอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาทั้งสัตว์หายากและมรดกจามไปพร้อมกัน
แหล่งข้อมูลโดยตรง: [หน่วยงานอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติเวียดนาม](https://nbca.gov.vn/bay-anh-he-lo-nhieu-loai-thu-quy-hiem-o-rung-my-son/), [กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมเวียดนาม](https://en.mae.gov.vn/camera-traps-protect-my-son-sanctuarys-landscape-9342.htm), [Dân trí](https://dantri.com.vn/thoi-su/bay-anh-phat-hien-nhieu-thu-quy-hiem-tai-rung-khu-den-thap-my-son-20261028073805505.htm) และ [Thanh Niên](https://thanhnien.vn/bat-ngo-voi-hang-tram-loai-dong-vat-quy-hiem-trong-rung-di-san-my-son-185261028183112614.htm)



