จีนส่งดาวเทียมสื่อสาร 18 ดวงขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จด้วยจรวดเชิงพาณิชย์ Kinetica-2 Y2 หรือ ลี่เจี้ยน-2 เที่ยวบินที่สอง เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จากเขตทดสอบนวัตกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ตงเฟิง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ดาวเทียมทั้งหมดเป็นชุดที่ 21 ของเครือข่ายวงโคจรขั้วโลกในโครงการ Qianfan หรือ Spacesail และถูกส่งเข้าสู่วงโคจรเป้าหมายตามแผน
ภารกิจนี้น่าสนใจเพราะเป็นเพียงเที่ยวบินที่สองของ Kinetica-2 แต่เป็นครั้งแรกที่จรวดรุ่นนี้รับงานปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจำนวนมากในเที่ยวเดียว จึงเป็นทั้งการขยายเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำของจีน และการทดสอบว่าภาคอวกาศเชิงพาณิชย์สามารถรองรับการปล่อยถี่ขึ้นได้จริงเพียงใด
Kinetica-2 เป็นจรวดเชื้อเพลิงเหลวที่พัฒนาโดย CAS Space มีความสูงประมาณ 53 เมตร มวลขณะขึ้นบิน 625 ตัน และแรงขับยกตัว 753 ตัน บริษัทระบุว่าสามารถนำสัมภาระ 8 ตันขึ้นสู่วงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ที่ระดับ 500 กิโลเมตร หรือ 12 ตันสู่วงโคจรต่ำที่ระดับ 200 กิโลเมตร โครงสร้างใช้แนวคิดแกนบูสเตอร์มาตรฐานร่วม เพื่อให้ปรับแต่งภารกิจและผลิตแบบอุตสาหกรรมได้ง่ายขึ้น
หัวใจของเที่ยวบินนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนดาวเทียมอย่างเดียว แต่รวมถึงการแยกดาวเทียม 18 ดวงออกจากจรวดอย่างเป็นลำดับและแม่นยำ CAS Space ใช้อุปกรณ์ปลดแยกระหว่างจรวดกับดาวเทียมที่ผ่านการทดสอบบนเที่ยวบินหลายรุ่นมาก่อน เพื่อลดความเสี่ยงในช่วง “กิโลเมตรสุดท้าย” ของภารกิจ เพราะแม้จรวดจะไปถึงวงโคจรแล้ว หากดาวเทียมแยกตัวผิดจังหวะหรือชนกัน ภารกิจเครือข่ายก็อาจล้มเหลวได้
บริษัทระบุว่าจรวดขั้นที่สองจุดเครื่องยนต์สองครั้ง และมีการปรับระบบจัดการเชื้อเพลิงสำหรับช่วงบินลอยตัวที่นานขึ้น รวมทั้งใช้การควบคุมแรงขับแบบปรับได้เพื่อให้เชื้อเพลิงอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมก่อนจุดเครื่องยนต์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังออกแบบให้ขั้นบนออกจากวงโคจรหลังเสร็จภารกิจและทำให้ชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ปลอดภัยขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากขยะอวกาศ
ด้านการผลิต CAS Space บอกว่าใช้การผลิตจรวดแบบเป็นชุดและมีชิ้นส่วนสำรองหมุนเวียน ทำให้ช่วงเตรียมผลิตภัณฑ์ต่อเที่ยวสั้นลงประมาณหนึ่งในสาม ขณะที่การทดสอบอัตโนมัติ การวินิจฉัยความขัดข้อง และระบบเติมเชื้อเพลิงที่ปรับปรุงแล้ว ช่วยลดระยะเวลาทดสอบและเตรียมปล่อยลงประมาณหนึ่งในสี่ ตัวเลขเหล่านี้ยังเป็นข้อมูลจากผู้พัฒนา จึงต้องติดตามจากสถิติเที่ยวบินจริงต่อไปว่าอัตราการปล่อยและความน่าเชื่อถือจะรักษาได้ต่อเนื่องหรือไม่
เที่ยวบินแรกของ Kinetica-2 เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ใช้ส่งยานทดลองและดาวเทียมทดสอบ ส่วนเที่ยวบินล่าสุดแสดงการเปลี่ยนจากภารกิจสาธิตไปสู่งานสร้างโครงข่ายเชิงปฏิบัติการ CAS Space ระบุว่าจรวดรุ่นนี้ทำภารกิจไปแล้ว 2 ครั้ง และตระกูล Kinetica รวมกันปล่อยมาแล้ว 18 ครั้ง ส่งยาน 1 ลำและดาวเทียมรวม 139 ดวงขึ้นสู่อวกาศ โดยมีน้ำหนักสัมภาระสะสมมากกว่า 27 ตัน
เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นที่สนใจคือการแข่งขันสร้างอินเทอร์เน็ตจากวงโคจรต่ำต้องอาศัยดาวเทียมจำนวนมากและเที่ยวบินที่สม่ำเสมอ ความสามารถในการขนดาวเทียมหลายดวงพร้อมกันจึงเป็นตัวกำหนดต้นทุนและความเร็วของโครงการ ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของการปล่อยครั้งเดียว สำหรับจีน Qianfan เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดาวเทียมอินเทอร์เน็ตที่ต้องเพิ่มจำนวนดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง การมีจรวดพาณิชย์ขนาดกลางหลายเที่ยวจึงช่วยลดคอขวดด้านการขนส่งสู่วงโคจร
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปมีสามเรื่อง ได้แก่ ดาวเทียมทั้ง 18 ดวงเริ่มทำงานและเข้าสู่ตำแหน่งเครือข่ายได้ครบหรือไม่ Kinetica-2 จะรักษาความถี่ปล่อยและความน่าเชื่อถือได้เพียงใด และแผนพัฒนาการกู้คืนบูสเตอร์แบบรวมกลุ่มของ CAS Space จะผ่านการทดสอบเมื่อใด หากทำได้จริงจะช่วยลดต้นทุนซ้ำอีกขั้น แต่ขณะนี้ยังเป็นงานพัฒนาที่ต้องพิสูจน์ในเที่ยวบินจริง



