จีนและไต้หวันเปิดเผยท่าทีต่างกันอย่างชัดเจนต่อกิจกรรมของเรือยามฝั่งรอบหมู่เกาะตงซา หรือปราตัส ในทะเลจีนใต้ หลังมีรายงานการเผชิญหน้าทางทะเลต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันล่าสุด ทำให้พื้นที่เกาะปะการังเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างจากไต้หวันมากกว่า 400 กิโลเมตรกลับมาเป็นจุดจับตาด้านความมั่นคงของภูมิภาค
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนกล่าวในการแถลงข่าวประจำว่า เรือยามฝั่งจีนที่ลาดตระเวนในน่านน้ำดังกล่าวกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรักษาความเป็นระเบียบของการเดินเรือและการทำประมง พร้อมย้ำจุดยืนของปักกิ่งว่าจีนมีอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้รวมถึงตงซา จีนยังวิจารณ์เหตุที่เรือยามฝั่งไต้หวันใช้ปืนฉีดน้ำกับเรือประมงจีนก่อนหน้านี้
ฝ่ายไต้หวันปฏิเสธคำอ้างอธิปไตยดังกล่าว และระบุว่าเรือยามฝั่งจีนเข้าใกล้หรือเข้าสู่เขตที่ไต้หวันกำหนดเป็นน่านน้ำจำกัดรอบตงซาอย่างน้อยสองครั้งนับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวกลางไต้หวันรายงานโดยอ้างหน่วยยามฝั่งว่า ในเหตุวันที่ 20 ตุลาคม เรือจีนหมายเลข 3102 ปิดระบบแสดงตนอัตโนมัติหรือ AIS ขณะมุ่งหน้าเข้าเขตจำกัด ก่อนที่เรือตรวจการณ์ไต้หวันจะเข้าติดตามและส่งคำเตือนให้ออกจากพื้นที่
ข้อมูลจากหน่วยยามฝั่งไต้หวันระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 มีปฏิบัติการตอบสนองต่อเรือยามฝั่งจีนรอบตงซา 12 ครั้ง รวมเรือที่พบ 15 ลำ ตัวเลขนี้เป็นคำแถลงของฝ่ายไต้หวันและยังไม่มีการรับรองร่วมจากจีน แต่สะท้อนว่าการเผชิญหน้าไม่ได้เป็นเหตุการณ์ครั้งเดียว
## ทำไมเรื่องนี้กำลังเป็นกระแส
ตงซาเป็นเกาะปะการังในตอนเหนือของทะเลจีนใต้ อยู่ระหว่างไต้หวันตอนใต้กับฮ่องกง ปัจจุบันบริหารโดยไต้หวันและไม่มีประชากรพลเรือนถาวร ระยะทางที่ไกลจากเกาะหลักทำให้นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่าเป็นพื้นที่เปราะบาง ขณะที่ตำแหน่งของเกาะอยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือและเชื่อมโยงกับข้อพิพาททางอำนาจที่กว้างกว่าช่องแคบไต้หวัน
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเรือลำใดเข้าใกล้เกาะมากแค่ไหน แต่คือการที่จีนเรียกกิจกรรมดังกล่าวว่า “การบังคับใช้กฎหมาย” ขณะที่ไต้หวันมองว่าเป็นความพยายามสร้างภาพว่าปักกิ่งมีเขตอำนาจโดยพฤตินัย หากรูปแบบนี้เกิดบ่อยขึ้น เส้นแบ่งระหว่างการลาดตระเวนตามปกติ การกดดันในพื้นที่สีเทา และเหตุเผชิญหน้าที่อาจบานปลายจะยิ่งไม่ชัดเจน
ความตึงเครียดรอบตงซายังเกิดขึ้นพร้อมกับกิจกรรมของเรือยามฝั่งจีนในพื้นที่อื่นรอบไต้หวัน ซึ่งไทเปและประเทศตะวันตกบางแห่งแสดงความกังวล ขณะที่ปักกิ่งยืนยันว่าการดำเนินการของตนชอบด้วยกฎหมายและมีเป้าหมายคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของผู้ที่ทำกิจกรรมทางทะเล
## สิ่งที่ต้องจับตา
ประการแรก คือความถี่และระยะเวลาของการลาดตระเวน หากเรือจีนกลับเข้าพื้นที่ต่อเนื่องหรือประจำการนานขึ้น อาจชี้ว่าปักกิ่งกำลังเปลี่ยนจากการส่งสัญญาณเป็นการสร้างรูปแบบปฏิบัติที่เกิดซ้ำ
ประการที่สอง คือวิธีตอบสนองของไต้หวัน โดยเฉพาะการส่งเรือติดตาม การใช้ปืนฉีดน้ำ หรือการสื่อสารทางวิทยุ เพราะการเผชิญหน้าในระยะใกล้เพิ่มความเสี่ยงจากการคำนวณผิด แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ต้องการให้เกิดการปะทะก็ตาม
ประการสุดท้าย คือภาษาที่รัฐบาลทั้งสองใช้ หากคำแถลงเปลี่ยนจากการกล่าวถึงการลาดตระเวนและการขับออก ไปเป็นการประกาศเขตควบคุมหรือมาตรการบังคับใช้กฎหมายใหม่ นั่นจะเป็นสัญญาณว่าข้อพิพาทกำลังยกระดับ
แหล่งข้อมูล: [Reuters, 21 ตุลาคม 2026](https://www.reuters.com/world/china/china-says-it-is-safeguarding-order-around-taiwan-controlled-south-china-sea-2026-10-21/) และ [Focus Taiwan/CNA, 21 ตุลาคม 2026](https://japan.focustaiwan.tw/cross-strait/202610210001)



