กรุงฮานอยเดินหน้าเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากดีเซลเป็นไฟฟ้าอีก 31 คัน ครอบคลุมรถทั้งหมดบนเส้นทางหมายเลข 03B, 28 และ 100 ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรถใหม่ แต่เป็นการถอนรถดีเซลออกจากสามเส้นทางทั้งชุด ทำให้ผู้โดยสารเห็นผลของนโยบายขนส่งสีเขียวในชีวิตประจำวันทันที

Transerco หรือบริษัทขนส่งฮานอย ระบุว่า สาย 03B เชื่อมสถานีขนส่ง Nuoc Ngam กับ Giang Bien ในเขต Long Bien สาย 28 เชื่อม Nuoc Ngam ผ่าน Dong Ngac ไปยังมหาวิทยาลัยเหมืองแร่และธรณีวิทยาฮานอย ส่วนสาย 100 เชื่อม Long Bien กับ Dang Xa ใน Gia Lam พร้อมปรับตารางเดินรถของสาย 100 ให้เหมาะกับรูปแบบการชาร์จและการปฏิบัติงานของรถไฟฟ้า

รถใหม่แต่ละคันรองรับผู้โดยสาร 60 คน ใช้พื้นรถต่ำและมีอุปกรณ์ช่วยผู้พิการขึ้นลง ซึ่งเป็นรายละเอียดสำคัญไม่แพ้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เพราะการเดินทางสาธารณะที่ยั่งยืนต้องทำให้ผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และคนที่เคลื่อนไหวลำบากเข้าถึงได้จริง หากเปลี่ยนเครื่องยนต์แต่ป้ายรถ ทางเท้า หรือระบบขึ้นลงยังเป็นอุปสรรค ผลทางสังคมก็จะไม่เต็มที่

การเพิ่มรถ 31 คันเกิดขึ้นหลัง Transerco เปลี่ยนรถดีเซลทั้ง 15 คันบนสาย 40 ซึ่งวิ่งระหว่างสวนสาธารณะ Thong Nhat กับ Van Lam ในจังหวัด Hung Yen เป็นรถไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่าฮานอยกำลังเปลี่ยนเป็นรายเส้นทางต่อเนื่อง ไม่ได้ทดลองด้วยรถจำนวนน้อยกระจายแบบไร้ระบบ

ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2569 Transerco รายงานว่ามีรถบัสไฟฟ้าให้บริการแล้ว 375 คันใน 24 เส้นทาง ในจำนวนนี้ 281 คันถูกนำมาใช้บน 17 สายในช่วงหกเดือนแรกของปี และอีก 94 คันบนเจ็ดสายในเดือนตุลาคม เป้าหมายของบริษัทคือเพิ่มสัดส่วนยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากกว่า 51% ของกองรถภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของฝ่ายบริหารเมือง

เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสคือ การเปลี่ยนผ่านเริ่มแตะเส้นทางที่คนใช้จริงหลายสายพร้อมกัน และมาพร้อมคุณสมบัติด้านการเข้าถึง ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์สีเขียว นอกจากนี้ ฮานอยเป็นเมืองที่เผชิญทั้งการจราจรหนาแน่น มอเตอร์ไซค์จำนวนมาก และปัญหาคุณภาพอากาศ รถบัสไฟฟ้าจึงถูกจับตาว่าจะช่วยลดเสียงและมลพิษริมถนนได้มากเพียงใด

อย่างไรก็ตาม คำว่า “รถปล่อยมลพิษเป็นศูนย์” ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง รถไฟฟ้าไม่มีไอเสียจากท่อขณะวิ่ง แต่ผลต่อคาร์บอนตลอดวงจรยังขึ้นกับแหล่งผลิตไฟฟ้า ประสิทธิภาพการชาร์จ อายุแบตเตอรี่ การซ่อมบำรุง และการจัดการแบตเตอรี่เมื่อหมดอายุ หากไฟฟ้ายังมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในสัดส่วนสูง ประโยชน์ด้านภูมิอากาศจะน้อยกว่ากรณีที่โครงข่ายไฟฟ้าสะอาดขึ้น

อีกตัวชี้วัดหนึ่งคือจำนวนผู้โดยสาร หากรถไฟฟ้าเพียงแทนรถดีเซลคันต่อคัน แต่ไม่ดึงคนออกจากรถยนต์ส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์ ผลต่อรถติดและมลพิษโดยรวมอาจจำกัด ฮานอยจึงต้องทำควบคู่กับความตรงเวลา ความถี่เดินรถ ค่าโดยสาร จุดเชื่อมต่อ และทางเดินถึงป้ายที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

สิ่งที่ควรติดตามในเดือนต่อไปมีสี่เรื่อง ได้แก่ ความสม่ำเสมอของตารางหลังปรับสาย 100 ความพร้อมของสถานีชาร์จและรถสำรอง ความน่าเชื่อถือของระบบในช่วงอากาศร้อนหรือฝนหนัก และประสบการณ์จริงของผู้โดยสารพิการหรือสูงอายุ ข้อมูลเหล่านี้จะบอกได้มากกว่าจำนวนรถที่ประกาศเปิดตัว

การนำรถ 31 คันลงสามเส้นทางจึงเป็นก้าวที่วัดผลได้และตรวจสอบได้ชัด แต่ความสำเร็จสุดท้ายของขนส่งสีเขียวฮานอยจะอยู่ที่จำนวนเที่ยวที่ให้บริการจริง ผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น การลดรถดีเซลอย่างถาวร และระบบไฟฟ้าที่สะอาดขึ้น ไม่ใช่สีของตัวรถเพียงอย่างเดียว