คณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซีย หรือ SPR ประกาศเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ว่า การเลือกตั้งสภานิติบัญญัติแห่งรัฐซาราวักครั้งที่ 13 จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2569 หลังสภารัฐถูกยุบเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม โดยกำหนดวันเสนอชื่อผู้สมัครวันที่ 28 พฤศจิกายน และวันลงคะแนนล่วงหน้าวันที่ 8 ธันวาคม

ปฏิทินใหม่นี้ทำให้ซาราวักมีช่วงหาเสียง 14 วัน เริ่มหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัครในวันที่ 28 พฤศจิกายน และสิ้นสุดเวลา 23.59 น. ของวันที่ 11 ธันวาคม ก่อนเปิดคูหาในวันรุ่งขึ้น การประกาศได้รับความสนใจทันทีเพราะเป็นการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการชิง 82 ที่นั่งในสภารัฐ ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ของเกาะบอร์เนียวซึ่งมีทั้งเมือง ชุมชนชายฝั่ง และเขตชนบทห่างไกล

ข้อมูลที่ SPR เปิดเผยระบุว่า มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวม 2,058,781 คน แบ่งเป็นผู้มีสิทธิทั่วไป 2,034,373 คน ทหารและคู่สมรส 13,575 คน และตำรวจ รวมถึงกำลังปฏิบัติการทั่วไปกับคู่สมรสอีก 10,833 คน ตัวเลขนี้สะท้อนขนาดงานด้านการจัดคูหา การขนส่งอุปกรณ์ และการประสานเจ้าหน้าที่ในรัฐที่มีภูมิประเทศกว้างและการเดินทางแตกต่างกันมากระหว่างแต่ละเขต

สำหรับการบริหารเลือกตั้ง SPR แต่งตั้งเจ้าหน้าที่บริหารการเลือกตั้ง 82 คน พร้อมผู้ช่วย 305 คน และเตรียมตั้งทีมบังคับใช้กฎหมายการหาเสียง 82 ทีม ซึ่งจะมีตัวแทนจากตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น และฝ่ายผู้สมัครร่วมติดตามกิจกรรมหาเสียง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรวม 40,505 คน

โครงสร้างหน่วยเลือกตั้งประกอบด้วยศูนย์เสนอชื่อและศูนย์รวมคะแนนอย่างเป็นทางการ 97 แห่ง ศูนย์ลงคะแนนทั้งหมด 2,027 แห่ง และช่องลงคะแนน 4,588 ช่อง ในจำนวนนี้เป็นศูนย์ลงคะแนนล่วงหน้า 82 แห่ง รวม 106 ช่อง และศูนย์ลงคะแนนทั่วไป 1,945 แห่ง รวม 4,482 ช่อง งบประมาณที่ประเมินสำหรับการจัดการเลือกตั้งอยู่ที่ 174.94 ล้านริงกิต

ผู้มีสิทธิลงคะแนนทางไปรษณีย์ต้องจับตากำหนดเวลาต่างกันตามประเภท กลุ่ม 1A ซึ่งรวมเจ้าหน้าที่เลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ SPR ตำรวจ ทหาร และผู้ปฏิบัติงานสื่อ ปิดรับสมัครวันที่ 25 พฤศจิกายน ส่วนกลุ่ม 1B สำหรับชาวมาเลเซียที่อาศัยต่างประเทศ และกลุ่ม 1C สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรที่เข้าเกณฑ์ ปิดรับวันที่ 20 พฤศจิกายน การสมัครดำเนินการออนไลน์ผ่านช่องทางของ SPR

ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบข้อมูลเขตและสถานที่ลงคะแนนผ่าน MySPR Semak ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือสายด่วนของ SPR การตรวจสอบล่วงหน้ามีความสำคัญเป็นพิเศษในซาราวัก เพราะบางเขตอาจใช้เวลาเดินทางนานและเวลาเปิดคูหาอาจต่างจากพื้นที่เมืองตามเงื่อนไขด้านระยะทางหรือความปลอดภัย

อีกจุดที่น่าจับตาคือ SPR จะขยายโครงการนำร่องระบบ Optical Character Recognition–Voter Attendance หรือ OCR-VA ไปยังทุกช่องลงคะแนนในทั้ง 82 เขต ระบบใช้การสแกนเอกสารประจำตัวเพื่อบันทึกการมาใช้สิทธิและเร่งขั้นตอนตรวจสอบ แต่ SPR ย้ำว่าไม่เปลี่ยนวิธีลงคะแนนหรือหลักเกณฑ์การเลือกตั้งเดิม เทคโนโลยีจึงมีหน้าที่ช่วยงานทะเบียนหน้างาน ไม่ได้เข้ามาแทนกระบวนการลงคะแนนของประชาชน

เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสคือ ก่อนวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้มีสิทธิและฝ่ายการเมืองรู้เพียงว่าสภารัฐถูกยุบแล้วและต้องจัดการเลือกตั้งตามกรอบกฎหมาย แต่ยังไม่ทราบวันสำคัญครบถ้วน การประกาศครั้งนี้จึงเริ่มนับถอยหลังอย่างเป็นทางการ ทั้งสำหรับการเสนอชื่อ การสมัครลงคะแนนทางไปรษณีย์ การหาเสียง และการเตรียมเดินทางกลับเขตเลือกตั้ง

สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือรายชื่อผู้สมัครหลังวันที่ 28 พฤศจิกายน ความพร้อมของศูนย์ลงคะแนนในพื้นที่ห่างไกล การใช้งาน OCR-VA ในวงกว้าง และข้อมูลสถานที่ลงคะแนนที่เปิดให้ตรวจสอบวันที่ 23 พฤศจิกายน ข่าวชิ้นนี้รายงานเฉพาะข้อเท็จจริงด้านกำหนดการและการจัดการเลือกตั้งจากหน่วยงานทางการ โดยไม่สนับสนุนพรรคหรือผู้สมัครรายใด

สำหรับบริบทของรอบข่าวนี้ วันที่ 6 พฤศจิกายนไม่ใช่วันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยตามกำหนดปกติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าปกติออกรางวัลวันที่ 1 และ 16 ของเดือน และวันดังกล่าวไม่มีผลต่อการเผยแพร่ข่าวตามรอบของ HOTSIA HOT

แหล่งข้อมูล: [หน่วยประชาสัมพันธ์รัฐบาลรัฐซาราวัก UKAS](https://ukas.sarawak.gov.my/web/subpage/news_view/52504), [Bernama](https://web26.bernama.com/en/region/news.php?id=2630833), [สถานีวิทยุโทรทัศน์มาเลเซีย RTM](https://berita.rtm.gov.my/nasional/senarai-berita-nasional/senarai-artikel/prn-sarawak-ke-13-spr-tetapkan-12-disember-sebagai-hari-mengundi/), [คู่มือกระบวนการเลือกตั้งของ SPR](https://spr.gov.my/perjalanan-pilihan-raya-umum/) และ [สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย](https://www.glo.or.th/service/faq/award)