เวียดนามกำลังจับตาค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเรียกรถอย่างจริงจัง หลังคณะกรรมการการแข่งขันแห่งชาติของเวียดนามเปิดเผยผลทบทวนเบื้องต้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2569 ว่า Grab เสนอชุดมาตรการ 6 ด้านเพื่อปรับนโยบายราคา ค่าธรรมเนียม การหักรายได้ และการแสดงข้อมูลต่อผู้โดยสารกับคนขับ โดยมาตรการสำคัญส่วนใหญ่จะเริ่มวันที่ 10 พฤศจิกายน

เรื่องนี้เริ่มจากข้อร้องเรียนที่หน่วยงานได้รับช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน คนขับบางส่วนระบุว่าค่าโดยสารบางเที่ยวต่ำลง ขณะที่ต้องรับภาระต้นทุน ค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน และรายการหักหลายประเภท จนกระทบรายได้สุทธิ หน่วยงานจึงขอข้อมูลและคำชี้แจงจาก Grab รับฟังตัวแทนคนขับ เปรียบเทียบนโยบายของผู้ให้บริการรายอื่นในเวียดนาม และดูแนวปฏิบัติของ Grab ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นด้วย

ตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน เพดาน “ค่าการใช้แอป” ที่เรียกเก็บจากคนขับจะลดจากสูงสุด 28.76% สำหรับ GrabBike และ 28.28% สำหรับ GrabCar เหลือสูงสุด 25% ของยอดที่ผู้โดยสารจ่าย ส่วนรายได้รวมของ Grab จากค่าการใช้แอปและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ซึ่งยังไม่รวมภาษีและเงินที่เก็บแทนบุคคลอื่น จะอยู่ระหว่าง 7% ถึงไม่เกิน 32%

คณะกรรมการระบุว่า เมื่อรวมค่าธรรมเนียมและภาษีแล้ว คนขับ GrabBike จะเหลือรับอย่างน้อย 60.59% และคนขับ GrabCar อย่างน้อย 59.68% ของยอดผู้โดยสารจ่าย เทียบกับระดับต่ำสุดเดิมประมาณ 52% ตัวเลขนี้ยังไม่รวมโบนัสหรือความช่วยเหลือตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการ

อีกประเด็นที่ทำให้ข่าวได้รับความสนใจคือการคืนเงิน Grab ตรวจพบว่าเที่ยวเดินทางราว 0.13% ตั้งแต่ปี 2567 ถูกหักส่วนแบ่งรายได้เกิน 35% คิดเป็นเงินคืนโดยประมาณ 3.9 พันล้านดอง บริษัทชี้ว่าเกิดจากความผันผวนของอุปสงค์-อุปทานในบางช่วงหรือข้อผิดพลาดของอัลกอริทึม จึงเริ่มเติมเงินคืนอัตโนมัติเข้ากระเป๋าของคนขับที่ยังทำงานตั้งแต่ 5 พฤศจิกายน ส่วนผู้ที่ยุติการร่วมงานแล้วจะได้รับ SMS หรืออีเมลเพื่อส่งข้อมูลบัญชีธนาคารชื่อเดียวกับเจ้าของสิทธิ์ภายใน 30 พฤศจิกายน

Grab ยังประกาศงบประมาณไตรมาส 4 ราว 860 พันล้านดองสำหรับโบนัสและความช่วยเหลือคนขับ อีก 52 พันล้านดองเพื่อช่วยค่าน้ำมันและค่าชาร์จรถไฟฟ้า และประมาณ 1.808 ล้านล้านดองสำหรับโปรโมชันผู้โดยสาร เมื่อรวมรายได้ที่ลดลงจากการปรับค่าธรรมเนียม เงินคืน และโครงการสนับสนุน บริษัทประเมินมูลค่ามาตรการทั้งหมดราว 2.9509 ล้านล้านดอง

ด้านความโปร่งใส แอป Grab Driver จะปรับหน้ารายละเอียดแต่ละเที่ยวให้เห็นรายได้ ค่าธรรมเนียม ภาษี และยอดรับสุทธิชัดขึ้น พร้อมช่องทางขอตรวจสอบรายการหัก อย่างไรก็ตาม Grab แจ้งว่าช่วงเปลี่ยนระบบ หน้าจออาจยังรวมภาษีที่บริษัทเก็บส่งรัฐไว้กับค่าบริการ ทำให้ตัวเลขบนหน้าจอดูสูงถึงราว 39.4% สำหรับ GrabBike หรือ 40.3% สำหรับ GrabCar แม้บริษัทระบุว่าส่วนที่เป็นรายได้ของ Grab จริงจะไม่เกิน 32% และมีแผนแยกบรรทัดภาษีให้ชัดเจนในรุ่นถัดไป

เหตุที่เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสจึงไม่ใช่แค่การลดค่าธรรมเนียม แต่เป็นกรณีทดสอบว่าระบบอัลกอริทึมที่กำหนดราคาและแบ่งรายได้จะตรวจสอบได้มากเพียงใด เมื่อความคลาดเคลื่อนเพียงส่วนน้อยสามารถกระทบรายได้ของคนขับจำนวนมากได้ สิ่งที่ต้องติดตามหลัง 10 พฤศจิกายนคือเพดาน 32% ถูกใช้จริงสม่ำเสมอหรือไม่ เงินคืนถึงผู้ได้รับผลกระทบครบหรือไม่ และหน้าจอใหม่ช่วยให้ตรวจสอบรายการหักได้จริงเพียงใด

คณะกรรมการการแข่งขันแห่งชาติระบุว่าจะให้ Grab รายงานความคืบหน้าเป็นระยะ และยังสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้หากพบสัญญาณฝ่าฝืน หลักฐานจากหน่วยงานรัฐจึงชี้ชัดว่ามาตรการนี้ยังอยู่ในช่วงติดตามผล ไม่ใช่บทสรุปว่าปัญหาค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มได้รับการแก้ไขทั้งหมดแล้ว

แหล่งข้อมูลโดยตรง: [คณะกรรมการการแข่งขันแห่งชาติเวียดนาม](https://vcc.gov.vn/default.aspx?do=detail&id=6fa5dbed-d087-429e-b1a5-983e3e0412b4&page=news), [กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม](https://moit.gov.vn/tin-tuc/thong-tin-ve-ket-qua-xac-minh-so-bo-cua-uy-ban-canh-tranh-quoc-gia-doi-voi-chinh-sach-gia-phi-cua-grab.html), [ประกาศของ Grab Vietnam](https://www.grab.com/vn/blog/driver/capnhatphanthu/) และ [Reuters](https://www.reuters.com/world/asia-pacific/grab-agrees-driver-fee-cuts-deduction-cap-vietnam-watchdog-says-2026-11-05/)