ที่ราบสูงหินปูนด่งวันทางตอนเหนือของเวียดนามได้รับ “Green Card” จากสภาอุทยานธรณีโลก UNESCO ในการประชุมที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 หลังสมาชิกสภามีมติเป็นเอกฉันท์ให้แนะนำต่ออายุสถานะอุทยานธรณีโลกอีก 4 ปี นับเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกันที่ด่งวันผ่านการประเมินซ้ำระดับสูงสุด
ข่าวนี้โดดเด่นเพราะ Green Card ไม่ได้วัดเพียงความสวยของภูเขา แต่ดูถึงคุณภาพการจัดการ การอนุรักษ์ การศึกษา การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และการที่ชุมชนท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากมรดกทางธรณีวิทยา
## Green Card หมายถึงอะไร
UNESCO กำหนดให้อุทยานธรณีโลกทุกแห่งต้องประเมินซ้ำทุก 4 ปี โดยมีคณะผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่และพิจารณารายงานความก้าวหน้า หากยังทำได้ตามเกณฑ์จะได้ Green Card ซึ่งหมายถึงผ่านการประเมินและเดินหน้าสถานะต่อได้อีก 4 ปี ส่วน Yellow Card คือมีข้อบกพร่องและต้องแก้ไขภายใน 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ผลจากสภาอุทยานธรณีโลกครั้งนี้ยังเป็น “คำแนะนำ” ตามกระบวนการ รายงานของสำนักข่าวเวียดนามระบุว่า คณะกรรมการบริหาร UNESCO จะพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการในวาระที่คาดว่าจะมีขึ้นเดือนเมษายน 2570 จึงควรแยกคำว่าได้รับ Green Card จากสภา ออกจากการอนุมัติขั้นสุดท้ายขององค์กร
สภาประชุมสมัยที่ 11 ระหว่างวันที่ 2–4 พฤศจิกายน 2569 ที่สำนักงานใหญ่ UNESCO โดยพิจารณาคำขอใหม่ 16 แห่งและการประเมินซ้ำ 61 แห่ง ด่งวันได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์และถูกยกเป็นตัวอย่างของการเชื่อมการอนุรักษ์กับการพัฒนาชุมชน
## ทำไมด่งวันมีคุณค่าระดับโลก
ข้อมูลจาก UNESCO ระบุว่า พื้นที่ประมาณ 60% เป็นภูเขาหินปูน มีประวัติทางธรณีวิทยาย้อนหลังมากกว่า 550 ล้านปี และเก็บหลักฐานของเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่สองช่วงในประวัติศาสตร์โลก ภูมิประเทศประกอบด้วยยอดเขาหินปูน หุบผาลึก ระบบคาสต์ และแม่น้ำโหย่วเกว๋ที่คดเคี้ยวใต้ช่องเขา
ด่งวันยังเป็นพื้นที่เดียวในโลกที่พบลิงจมูกเชิดตังเกี๋ยตามธรรมชาติ โดย UNESCO ประเมินว่ามีอยู่ราว 200 ตัว ความสำคัญจึงครอบคลุมทั้งธรณีวิทยา ความหลากหลายทางชีวภาพ และวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง
เส้นทางที่นักท่องเที่ยวรู้จัก ได้แก่ ประตูสวรรค์กว๋านบ่า ช่องเขาม้าปีแลง และหมู่บ้านบนภูเขา ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนยังเป็นฤดูดอกบักวีตสีชมพูขาว ซึ่งกลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญของการท่องเที่ยวปลายปี แต่จำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การจัดการขยะ การจราจร น้ำ และการก่อสร้างเป็นโจทย์ที่ต้องควบคุม
## จุดที่กรรมการชื่นชม
ผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการประเมินชื่นชมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน การให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นผ่านโครงการ One Commune, One Product หรือ OCOP
เวียดนามรายงานว่าดำเนินการตามข้อเสนอแนะเดิมสำเร็จแล้ว 3 จาก 5 ข้อ ส่วนอีก 2 ข้อยังอยู่ระหว่างทำต่อ ความสำเร็จรอบนี้จึงไม่ได้แปลว่างานอนุรักษ์จบแล้ว แต่เป็นการยืนยันว่าทิศทางโดยรวมดีพอ พร้อมภารกิจต้องปรับปรุงต่อเนื่อง
## ทำไมข่าวนี้กำลังเป็นกระแส
Green Card ครั้งที่ 4 ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ด่งวันในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพของเวียดนามตอนเหนือ และเกิดขึ้นตรงกับฤดูดอกบักวีตกำลังบาน จึงมีผลทั้งด้านภาพลักษณ์ การเดินทาง และรายได้ของครัวเรือนที่ทำโฮมสเตย์ อาหาร งานหัตถกรรม และบริการท้องถิ่น
แต่ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ควรวัดจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญคือรายได้กระจายถึงชุมชนหรือไม่ การก่อสร้างใหม่กระทบภูมิทัศน์เพียงใด และพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นได้รับการปกป้องจริงแค่ไหน
## สิ่งที่ต้องติดตาม
ขั้นต่อไปคือการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการบริหาร UNESCO ในปี 2570 รวมถึงข้อเสนอแนะใหม่ที่ด่งวันต้องดำเนินการระหว่างวาระ 4 ปี นักเดินทางควรเลือกผู้ประกอบการท้องถิ่น เคารพเส้นทางอนุรักษ์ ลดขยะ และหลีกเลี่ยงการรบกวนพื้นที่ธรรมชาติ
Green Card ของด่งวันจึงเป็นทั้งข่าวดีและสัญญาว่าการท่องเที่ยวต้องเติบโตโดยไม่ทำลายสิ่งที่ทำให้พื้นที่ได้รับการยอมรับตั้งแต่แรก
แหล่งข้อมูล: [UNESCO—กระบวนการประเมินซ้ำและความหมาย Green Card](https://www.unesco.org/en/iggp/geoparks/revalidation), [UNESCO—ข้อมูลที่ราบสูงหินด่งวัน](https://www.unesco.org/en/iggp/dong-van-karst-plateau-unesco-global-geopark) และ [VietnamPlus—ผลการประชุมสภาอุทยานธรณีโลก 4 พฤศจิกายน 2569](https://en.vietnamplus.vn/dong-van-karst-plateau-recommended-for-renewal-of-unesco-global-geopark-status-post354788.vnp)



