คนใช้รถในไทยต้องเผชิญราคาน้ำมันบางชนิดที่สูงขึ้นตั้งแต่เช้าวันที่ 21 ตุลาคม 2569 หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และเบนซิน เพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป การปรับครั้งนี้ไม่ได้ครอบคลุมน้ำมันทุกชนิด เพราะดีเซล B20 แก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 ยังได้รับการบริหารเงินกองทุนให้ราคาขายปลีกคงเดิม
ราคาขายปลีกอ้างอิงของสถานี ปตท. ในวันที่ 21 ตุลาคม อยู่ที่ดีเซล B7 ลิตรละ 43.54 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 41.67 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 42.04 บาท และเบนซินลิตรละ 51.03 บาท ส่วนเชื้อเพลิงที่ไม่ปรับขึ้น ได้แก่ ดีเซล B20 ลิตรละ 37.19 บาท และแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 35.69 บาท ขณะที่ราคาจริงของแต่ละสถานีอาจแตกต่างเล็กน้อยตามพื้นที่ ภาษีท้องถิ่น และค่าการตลาด จึงควรตรวจป้ายหน้าปั๊มก่อนเติม
เหตุผลหลักที่รายงานต่อสาธารณะคือความตึงตัวของตลาดน้ำมันโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเส้นทางขนส่ง รวมถึงเรือบางส่วนต้องเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาด ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไทยใช้อ้างอิงต้นทุน ให้ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง
รายงานของ Thai PBS ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ราคาดีเซลในตลาดสิงคโปร์อยู่ใกล้ 178 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเบนซินใกล้ 136 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องรับภาระชดเชยประมาณวันละ 229 ล้านบาท กบน.จึงปรับอัตราการจัดเก็บและการชดเชยของน้ำมันแต่ละประเภทเพื่อประคองสภาพคล่องของกองทุน พร้อมแบ่งเบาผลกระทบบางส่วนไม่ให้ราคาหน้าปั๊มสะท้อนต้นทุนโลกทั้งหมดในคราวเดียว
สำหรับดีเซล B7 กองทุนเพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.41 บาทต่อลิตร แต่ราคาขายปลีกยังเพิ่มเป็น 43.54 บาทต่อลิตร เพราะต้นทุนตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่าส่วนที่ชดเชย ด้าน B20 เพิ่มการชดเชยเป็น 7.63 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายปลีกยังคงเดิม ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 เพิ่มการชดเชยเป็น 0.28 บาทต่อลิตร แต่ยังต้องขยับราคาขายปลีกขึ้น 60 สตางค์ ขณะที่ E20 และ E85 ได้รับการชดเชยเพิ่มและตรึงราคาไว้
ผลกระทบต่อผู้ใช้รถขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมันและปริมาณที่เติม รถดีเซล B7 ที่เติมครั้งละ 50 ลิตรจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ 30 บาทต่อครั้ง ส่วนรถที่ใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 เติม 40 ลิตรจะจ่ายเพิ่มประมาณ 24 บาท หากเติมในปริมาณเดิม ตัวเลขต่อครั้งอาจดูไม่สูงมาก แต่เมื่อรวมการเดินทางประจำวัน ต้นทุนขนส่งสินค้า และรถโดยสาร ผลสะสมอาจส่งผ่านไปยังค่าครองชีพได้
ประเด็นที่กำลังถูกจับตาคือเหตุใดบางชนิดขึ้นราคาแต่บางชนิดคงเดิม คำตอบอยู่ที่อัตราชดเชยของกองทุนน้ำมันซึ่งแตกต่างกันตามนโยบายเชื้อเพลิงชีวภาพและภาระของกองทุน ผู้ขับขี่ไม่ควรเปลี่ยนชนิดน้ำมันเพียงเพราะเห็นราคาถูกกว่าโดยไม่ตรวจคู่มือรถ โดยเฉพาะการใช้ B20, E20 หรือ E85 ต้องเป็นเชื้อเพลิงที่ผู้ผลิตรถรับรอง การเติมผิดชนิดอาจกระทบเครื่องยนต์และระบบเชื้อเพลิง
สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ สถานการณ์เส้นทางเดินเรือ และฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากราคาตลาดโลกผ่อนคลาย ราคาขายปลีกอาจมีโอกาสปรับลง แต่หากความตึงเครียดยืดเยื้อ กองทุนอาจต้องทบทวนอัตราชดเชยอีกครั้ง ผู้บริโภคสามารถตรวจราคาประจำวันจากสถานีบริการ และดูข้อมูลฐานะกองทุนจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแยกข่าวลือออกจากประกาศที่มีผลจริง



