คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 อนุมัติมาตรการค่าโดยสารร่วมสำหรับรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำหนดค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อผู้โดยสารเปลี่ยนสาย มาตรการมีกำหนดใช้ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2570

สาระสำคัญของมาตรการไม่ใช่การกำหนดให้ทุกเที่ยวราคา 45 บาท แต่เป็นการวางเพดานค่าเดินทางรวมต่อเที่ยวสำหรับผู้มีสิทธิ์ ผู้โดยสารที่เดินทางระยะสั้นยังจ่ายตามอัตราจริงภายใต้โครงสร้างเดิม ส่วนผู้ที่ต้องต่อรถหลายสายและเคยถูกคิดค่าแรกเข้ามากกว่าหนึ่งครั้งจะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสประหยัดมากที่สุด

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรระบุว่าโครงข่ายเป้าหมายครอบคลุมรถไฟฟ้า 8 สาย ได้แก่ สายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียว และสายสีทอง หลักการดำเนินงานคือเคารพสัญญาสัมปทานเดิม ไม่แก้ไขสัญญา แต่ให้รัฐบริหารส่วนต่างค่าโดยสารและระบบชำระเงินเพื่อให้ผู้โดยสารไม่เสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน

ผู้ที่จะใช้สิทธิตามแนวทางที่หน่วยงานวางไว้ต้องเป็นประชาชนชาวไทย ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบ EMV Contactless ที่ลงทะเบียนไว้ ระบบจะคำนวณค่าใช้จ่ายรวมและคืนส่วนต่างตามเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม รายละเอียดการลงทะเบียน วันเปิดระบบ และบัตรที่รองรับทั้งหมดต้องรอประกาศทางการอีกครั้งก่อนเริ่มใช้จริง โดยเฉพาะผู้ใช้บัตร Rabbit ควรติดตามผลการหารือเรื่องการเชื่อมต่อระบบ ไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าบัตรเดิมทุกประเภทจะใช้สิทธิได้ทันที

ครม.รับทราบกรอบค่าใช้จ่ายรวม 5,807 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืน 22 ล้านบาท ให้ สนข.เสนอของบประมาณจากงบกลางและเป็นหน่วยงานหลักบริหารการอุดหนุนตามยอดที่เกิดขึ้นจริง หน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้แก่ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร จะรวบรวมข้อมูลจำนวนผู้โดยสารและรายได้จริง รวมถึงประเมินจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหลังใช้มาตรการเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อประกอบการเจรจาส่วนแบ่งรายได้กับผู้ให้บริการ

ข่าวนี้ได้รับความสนใจเพราะค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นต้นทุนประจำของคนทำงานในเมือง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนสายข้ามผู้ให้บริการ การตัดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและกำหนดเพดาน 45 บาทจึงอาจลดรายจ่ายรายวันได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน รูปแบบนี้ต่างจากแนวคิดค่าโดยสารราคาเดียวสำหรับทุกคน เพราะผู้โดยสารยังต้องสำรองจ่ายตามระบบเดิมในบางกรณีและรับเงินคืนส่วนต่างผ่านระบบดิจิทัล

ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนวันที่ 1 มกราคม 2570 มาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน 40 บาทสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วงจะยังดำเนินต่อ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างของสิทธิประโยชน์ ผู้โดยสารจึงควรเปรียบเทียบรูปแบบการเดินทางของตนเอง ไม่ควรเข้าใจว่ามาตรการ 45 บาทเริ่มใช้ทันทีหลังมติ ครม.

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปมีสามเรื่อง ได้แก่ ความพร้อมของระบบลงทะเบียนและคืนเงิน ความครอบคลุมของบัตรชำระเงินที่ประชาชนใช้อยู่จริง และผลการประเมินหลังดำเนินการ 6 เดือน หากระบบเชื่อมต่อระหว่างผู้ให้บริการทำงานได้ตามแผน มาตรการนี้จะเป็นก้าวสำคัญของตั๋วร่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ก่อนเดินทางในช่วงเริ่มใช้ ผู้โดยสารควรตรวจสอบประกาศจากกระทรวงคมนาคม สนข. และผู้ให้บริการแต่ละสายทุกครั้ง