คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติภาษีป้ายฉบับแก้ไข เสนอโดยกระทรวงมหาดไทย เพื่อปรับกฎหมายที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2510 ให้เหมาะกับธุรกิจยุคปัจจุบัน จุดเปลี่ยนสำคัญคือป้ายที่ไม่ได้ติดตั้งตลอดทั้งปีจะคิดภาษีตามจำนวนเดือนที่ใช้จริง แทนการแบกรับภาษีเกินช่วงเวลาที่แสดงป้าย

แนวคิดนี้กระทบโดยตรงกับร้านค้ารายย่อย ธุรกิจตามฤดูกาล งานเทศกาล และผู้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ติดป้ายเพียงช่วงสั้น หากร่างผ่านครบทุกขั้นตอน ภาษีจะคำนวณเป็นรายเดือน โดยเศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน จึงต้องวางแผนวันติดตั้งและวันถอดป้ายให้ชัดเจน พร้อมเก็บหลักฐานไว้ประกอบการยื่นแบบ

ร่างยังเสนอให้ขยายเวลาชำระภาษีจาก 15 วันเป็น 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งการประเมิน และเปิดให้ยื่นแบบ ขอคืนเงิน และอุทธรณ์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ขณะเดียวกันยังคงช่องทางดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตามวิธีเดิม รวมถึงอนุญาตให้ส่งคำสั่งและหนังสือแจ้งการประเมินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดการเดินทางและขั้นตอนเอกสาร

ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากคือการลดภาษีได้สูงสุด 90% แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ส่วนลดอัตโนมัติสำหรับเจ้าของป้ายทุกราย ร่างเพียงเปิดทางให้กระทรวงออกกฎกระทรวงลดภาษีตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น เกิดภัยพิบัติหรือเหตุพิเศษที่ทำให้กิจการต้องหยุดดำเนินงาน ผู้ประกอบการต้องรอหลักเกณฑ์ กลุ่มเป้าหมาย และระยะเวลาที่จะกำหนดอีกครั้ง

โครงสร้างประเภทป้ายจะปรับจากเดิม 3 ประเภทเหลือ 2 ประเภท คือป้ายที่มีอักษรไทยหรือตัวเลขล้วน และป้ายประเภทอื่น ร่างกำหนดเพดานภาษีใหม่ โดยตัวอย่างป้ายอักษรไทยที่มีข้อความหรือตัวเลขเคลื่อนที่มีเพดาน 50 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ส่วนกรณีอื่นมีเพดาน 25 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร จากเดิมที่กำหนด 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพดานในร่างกฎหมาย ไม่ใช่อัตราจัดเก็บจริงที่ปรับขึ้นทันที อัตราที่ประชาชนต้องจ่ายในอนาคตจะขึ้นกับกฎกระทรวงหลังร่างกฎหมายมีผลใช้บังคับ เจ้าของกิจการจึงยังไม่ควรคำนวณต้นทุนใหม่จากเพดานเหล่านี้เพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามอัตราจริงและคำจำกัดความของป้ายแต่ละประเภท

สำหรับป้ายที่ติดตั้งล้ำพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างกำหนดให้เสียภาษีเป็น 2 เท่าของภาษีที่คำนวณได้ แต่การจ่ายภาษีไม่ได้ทำให้ป้ายนั้นถูกกฎหมายหรือทำให้มีสิทธิใช้พื้นที่สาธารณะ ผู้ติดตั้งยังอาจต้องรื้อถอนหรือรับผิดตามกฎหมายอื่น จึงควรตรวจแนวเขตและขออนุญาตก่อนติดตั้ง ไม่ใช่คำนวณเพียงภาษีที่ต้องจ่าย

ร่างยังปรับเงินเพิ่มกรณีชำระล่าช้าเป็น 2% ต่อเดือน โดยยอดรวมไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย และกำหนดให้คำขอคืนเงินหลังการอุทธรณ์ต้องยื่นภายในหนึ่งปีนับจากได้รับแจ้งคำวินิจฉัยถึงที่สุด นอกจากนี้ยังทบทวนการยกเว้นภาษีของหน่วยงานรัฐ ให้ยกเว้นเฉพาะป้ายของหน่วยงานที่ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งยังต้องพิจารณาผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการสาธารณะ

กระทรวงมหาดไทยรายงานว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นมีผู้เข้าร่วม 1,737 คน และ 96.69% เห็นด้วยกับหลักการ แต่หลัง ครม.อนุมัติแล้ว ร่างยังต้องผ่านการตรวจพิจารณาและขั้นตอนตรากฎหมาย จึงยังไม่มีผลใช้บังคับในปีภาษีนี้ ปัจจุบันผู้เสียภาษียังต้องใช้กฎเดิมและยื่นแบบตามกำหนดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เหตุที่เรื่องนี้กำลังเป็นกระแส เพราะร่างพยายามสร้างสมดุลสองด้าน คือทำให้ธุรกิจที่ใช้ป้ายไม่นานจ่ายตามช่วงเวลาจริง และเพิ่มเครื่องมือควบคุมป้ายผิดกฎหมายหรือรุกล้ำทางสาธารณะ สิ่งที่ต้องจับตาคืออัตราจัดเก็บจริงหลังออกกฎกระทรวง ระบบยื่นออนไลน์จะใช้ร่วมกันทั่วประเทศหรือแยกตามท้องถิ่น และเกณฑ์ลดภาษีสูงสุด 90% จะช่วยกลุ่มใดบ้าง

ระหว่างรอกฎหมายใหม่ เจ้าของร้านควรถ่ายภาพพร้อมวันที่ติดตั้ง วัดขนาดป้าย เก็บใบอนุญาต และตรวจว่าป้ายยื่นออกนอกแนวอาคารหรือไม่ การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทั้งการยื่นภาษีตามกฎปัจจุบันและการเปลี่ยนผ่าน หากกฎหมายฉบับใหม่มีผลในอนาคต