เช้าวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่เชื่อมต่อคูคลองในกรุงเทพมหานครกับ 6 จังหวัดภาคกลางกำลังอยู่ในช่วงเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะระหว่างเวลา 06.00–15.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. แจ้งเตือนต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน เพราะน้ำทะเลที่ดันเข้าปากแม่น้ำอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและคลองเพิ่มขึ้นจนล้นตลิ่งในจุดต่ำหรือจุดที่แนวป้องกันไม่ต่อเนื่อง

เทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์แจ้งกำหนดช่วงน้ำขึ้นสูงสุดสำหรับพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยและริมแม่น้ำเจ้าพระยาว่า วันที่ 28 ตุลาคม ระหว่าง 06.00–09.00 น. ระดับคาดหมายอยู่ที่ 3.8 เมตร วันที่ 29 ตุลาคม 07.00–10.00 น. สูง 3.9 เมตร วันที่ 30 ตุลาคม 08.00–11.00 น. สูง 3.8 เมตร และวันที่ 31 ตุลาคม 09.00–12.00 น. สูง 3.8 เมตร

ตัวเลข 3.8 หรือ 3.9 เมตรนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะถูกน้ำท่วมลึกเกือบ 4 เมตร แต่เป็นค่าระดับน้ำเทียบกับเกณฑ์อ้างอิงของตารางน้ำ การจะเกิดน้ำล้นตลิ่งหรือท่วมลึกเท่าใดขึ้นอยู่กับระดับพื้นจริง ความสูงของแนวป้องกัน สภาพคันกั้นน้ำ ปริมาณน้ำเหนือ และฝนในพื้นที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นจุดที่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำสมบูรณ์อาจไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ ท่าเรือ ทางเดินริมน้ำ และพื้นที่ “ฟันหลอ” อาจเห็นน้ำขึ้นเร็วกว่าปกติ

คำเตือนครอบคลุมจังหวัดปทุมธานี เฉพาะอำเภอเมืองและสามโคก; นนทบุรี ได้แก่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย; นครปฐม ได้แก่ บางเลน นครชัยศรี และสามพราน; สมุทรสาครกับสมุทรสงครามทุกอำเภอ; สมุทรปราการ ได้แก่ เมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง และบางบ่อ รวมถึงกรุงเทพมหานคร พื้นที่เหล่านี้เชื่อมโยงกันผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง และเครือข่ายคลองที่ได้รับอิทธิพลจากระดับทะเล

ต้นทางของคำเตือนคือประกาศกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ฉบับที่ 14/2569 ลงวันที่ 26 ตุลาคม ว่าด้วยสภาวะระดับน้ำบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและพื้นที่ใกล้เคียง ปภ. จึงประสานจังหวัดและกรุงเทพฯ ให้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เจ้าหน้าที่ และตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงแจ้งผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำและคลอง เช่น แพร้านอาหารและงานก่อสร้างริมตลิ่ง ให้เพิ่มความระมัดระวัง

เหตุที่เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสในเช้าวันนี้ เพราะช่วงน้ำสูงตรงกับเวลาเดินทางและเปิดกิจการ หลายพื้นที่ริมแม่น้ำอาจเผชิญน้ำเอ่อบนทางเดินหรือถนนต่ำในเวลาสั้น ๆ ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกในภาคกลาง หากฝนตกหนักตรงกับจังหวะน้ำทะเลหนุน ระบบระบายน้ำจะทำงานช้าลง แม้ต้นเหตุหลักของคำเตือนรอบนี้คือระดับทะเล ไม่ใช่ฝนเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ประชาชนควรทำคือย้ายรถและของใช้ที่เสียหายจากน้ำได้ออกจากจุดต่ำก่อนช่วงน้ำขึ้น ตรวจทางเดินและปลั๊กไฟใกล้พื้น เฝ้าระวังเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง รวมทั้งหลีกเลี่ยงขับรถฝ่าน้ำที่ไม่ทราบความลึก ผู้ใช้เรือควรระวังกระแสน้ำและคลื่นจากเรือใหญ่ เพราะระดับน้ำสูงทำให้ระยะใต้สะพานและท่าเทียบเรือเปลี่ยนไป

สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือเช้าวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งพระสมุทรเจดีย์คาดระดับสูงสุด 3.9 เมตร และการซ้อนทับกับฝนในภาคกลาง หลังวันที่ 31 ตุลาคม คำเตือนภาพรวมยังมีผลถึง 5 พฤศจิกายน จึงไม่ควรยุติการเฝ้าระวังเพียงเพราะพ้นช่วงระดับสูงสุดชุดแรก ประชาชนติดตามประกาศกรมอุทกศาสตร์ ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก หากเดือดร้อนสามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 หรือไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 ที่ @1784DDPM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง