กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฤดูฝนปี 2569 โดยรอบวันที่ 30 ตุลาคมมีการทยอยโอนเพิ่มให้ **38,194 ครัวเรือน** ใน 16 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมวงเงิน **284,818,000 บาท** ตัวเลขนี้ได้รับการรายงานตรงกันทั้งจากเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์และ Thai PBS News โดยอ้างข้อมูลจาก ปภ.

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ 38,194 ครัวเรือนไม่ได้รับเงินในอัตราเดียวกัน กลุ่มที่ผ่านเกณฑ์รับ **9,000 บาท** มี 23,462 ครัวเรือน คิดเป็น 211.158 ล้านบาท ส่วนกลุ่มรับ **5,000 บาท** มี 14,732 ครัวเรือน คิดเป็น 73.660 ล้านบาท เมื่อนำมารวมกันจึงตรงกับยอด 284.818 ล้านบาทพอดี

พื้นที่ในรอบนี้ครอบคลุมพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท สระบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น อุทัยธานี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร พังงา และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มีรายชื่อในรอบโอน 10,169 ครัวเรือน

## ทำไมข่าวนี้จึงถูกจับตา

เหตุผลแรกคือเงินก้อนนี้เป็นรายได้ที่ส่งตรงถึงครัวเรือนหลังความเสียหายจากน้ำท่วม ไม่ใช่เพียงการประกาศกรอบงบประมาณ ตามข้อมูล ปภ. ก่อนรอบวันที่ 30 ตุลาคม หน่วยงานได้ส่งรายชื่อที่ผ่านการรับรองให้ธนาคารออมสินทยอยจ่ายแล้ว 1,490,748 ครัวเรือน วงเงินรวม 11,112.200 ล้านบาท ครอบคลุม 55 จังหวัด รอบ 38,194 ครัวเรือนจึงเป็นส่วนต่อเนื่องของการจ่ายขนาดใหญ่ ไม่ใช่โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดลงทะเบียนในวันเดียวกัน

เหตุผลที่สองคือความแตกต่างระหว่าง 5,000 กับ 9,000 บาทอาจสร้างความสับสน ผู้รับเงินแต่ละอัตราขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และข้อมูลความเสียหายที่หน่วยงานท้องถิ่นรับรอง จึงไม่ควรสรุปจากยอดของเพื่อนบ้านว่าทุกครัวเรือนต้องได้เท่ากัน ข่าวทางการระบุว่าข้อมูลถูกส่งจากจังหวัดและกรุงเทพมหานครให้ธนาคารออมสินหลังผ่านการรับรองแล้ว

การโอนเริ่มทยอยเข้าบัญชีที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนตั้งแต่เวลา 11.00 น. ของวันที่ 30 ตุลาคม คำว่า “ทยอย” สำคัญ เพราะไม่ได้หมายความว่าเงินจะปรากฏพร้อมกันทุกบัญชีในนาทีเดียว ผู้มีชื่อผ่านการรับรองควรตรวจสอบบัญชีที่ผูกไว้ก่อน หากยังไม่พบยอด ควรติดต่อสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่รับเรื่อง แทนการส่งข้อมูลส่วนตัวให้เพจหรือบุคคลที่อ้างว่าสามารถเร่งเงินให้ได้

## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ

ประเด็นแรกคือจำนวนผู้ผ่านการรับรองในรอบถัดไป เพราะยอดสะสมที่จ่ายแล้วไม่เท่ากับจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด กระบวนการยังมีขั้นตอนตรวจสอบพื้นที่ประกาศภัย ที่อยู่อาศัยจริง และลักษณะความเสียหาย จึงอาจมีผู้สมัครที่ยังรอผลหรือถูกขอข้อมูลเพิ่ม

ประเด็นที่สองคือการแก้ปัญหากรณีบัญชีไม่พร้อมรับเงิน หากข้อมูลผ่านการรับรองแต่บัญชีที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนมีปัญหา การจ่ายอาจไม่สำเร็จในรอบแรก ผู้มีสิทธิควรใช้ช่องทางราชการเพื่อตรวจสอบสถานะและวิธีแก้ไข ไม่ควรกดลิงก์จากข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

ท้ายที่สุด ตัวเลข 284.8 ล้านบาทสะท้อนความเร็วของการจ่ายเงินได้เพียงด้านหนึ่ง สิ่งที่จะวัดผลจริงคือเงินถึงผู้มีสิทธิครบถ้วนเพียงใด ข้อร้องเรียนได้รับการแก้ไขเร็วแค่ไหน และการฟื้นฟูบ้านเรือนกับอาชีพหลังน้ำลดเดินหน้าได้หรือไม่ การติดตามข้อมูลรอบถัดไปจาก ปภ. ธนาคารออมสิน และหน่วยงานจังหวัดจึงยังจำเป็น

แหล่งข้อมูลโดยตรง: [กรมประชาสัมพันธ์ / NBT กาญจนบุรี](https://nbtkanchanaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2997/iid/555938), [Thai PBS News](https://www.thaipbs.th/news/content/571888) และ [กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย](https://www.disaster.go.th/home)