วันนี้ (25 ตุลาคม 2569) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นกรณีแทนตำแหน่งที่ว่างต้องจับตาเวลาให้ดี เพราะสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเปิดหน่วยตั้งแต่ 08.00–17.00 น. รวม 13 แห่งทั่วประเทศ เป็นการเลือกสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่ที่ตำแหน่งว่างลง ไม่ใช่การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ

ประกาศของ [สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง](https://www.ect.go.th/ect_th/th/db_119_ect_th_cms_1/8979) ลงวันที่ 22 ตุลาคม ระบุว่า วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมมีการเลือกตั้ง 1 แห่ง และวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมมีอีก 13 แห่ง พร้อมเชิญชวนประชาชนตรวจสอบรายละเอียดกับสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด หรือสอบถามสายด่วน 1444 ก่อนเดินทาง เพื่อไม่ให้สับสนเรื่องเขต หน่วย และรายชื่อผู้มีสิทธิ

หนึ่งในจังหวัดที่มีหลายจุดคือพระนครศรีอยุธยา โดย [สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา](https://www.ect.go.th/th/ayutthaya/db_151_ayutthaya_cms_30/64573) แจ้งว่ามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลกรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง 3 แห่ง ได้แก่ อบต.บ้านแป้ง เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอบางปะอิน, อบต.ไผ่พระ เขตเลือกตั้งที่ 7 อำเภอบางไทร และ อบต.กระจิว เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอภาชี ทั้งสามแห่งเปิดลงคะแนนในช่วงเวลาเดียวกันคือ 08.00–17.00 น. ณ หน่วยที่ผู้มีสิทธิมีชื่ออยู่

ประเด็นที่ถูกพูดถึงในช่วงเช้าวันนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันระดับชาติ แต่คือ “การเมืองใกล้บ้าน” ที่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจเรื่องบริการสาธารณะและการจัดการพื้นที่ในชีวิตประจำวัน การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างอาจมีขนาดเล็กกว่าการเลือกตั้งทั่วไป ทว่าเสียงแต่ละเสียงมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อจำนวนผู้มีสิทธิในแต่ละเขตไม่มาก และผลสามารถเปลี่ยนตัวแทนของชุมชนได้ทันที

สำหรับหลักฐานแสดงตน กกต.อยุธยาระบุว่าสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงบัตรที่หมดอายุแล้วได้ หรือใช้หลักฐานอื่นที่ออกโดยราชการหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมีรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัวประชาชน นอกจากนี้ยังใช้หลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอปของหน่วยงานรัฐตามกฎหมายได้ ผู้ไปใช้สิทธิควรเปิดเอกสารหรือแอปให้พร้อมก่อนถึงโต๊ะตรวจรายชื่อ และเผื่อเวลาหากต้องตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง

สิ่งที่ควรทำก่อนออกจากบ้านมีสามข้อ: ตรวจว่าตนอยู่ในพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งครั้งนี้จริงหรือไม่ ตรวจชื่อและหน่วยเลือกตั้งกับประกาศของท้องถิ่นหรือสำนักงาน กกต.จังหวัด และเตรียมหลักฐานแสดงตนที่ใช้ได้ การประกาศว่ามี 13 แห่งทั่วประเทศไม่ได้หมายความว่าประชาชนทุกจังหวัดต้องไปลงคะแนนวันนี้

หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. สิ่งที่ต้องติดตามคือการนับคะแนนและประกาศผลจากช่องทางทางการ รวมถึงข้อร้องเรียนหรือเหตุที่อาจกระทบการรับรองผล ผู้ติดตามข่าวควรแยก “ผลนับคะแนน ณ หน่วย” ออกจาก “ผลที่ กกต.ประกาศหรือรับรองอย่างเป็นทางการ” เพราะสองขั้นตอนนี้อาจไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน หากพบข้อสงสัยเรื่องสิทธิ หน่วยเลือกตั้ง หรือการแจ้งเหตุ สามารถติดต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด หรือสายด่วน 1444 ตามที่ กกต.กลางระบุไว้