โครงการสินเชื่อ “บ้านคนละหลัง PLUS” ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว หลังเปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 15 ตุลาคม 2569 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน มีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับรหัสขอสินเชื่อ 11,430 ราย ระบุวงเงินรวม 34,290 ล้านบาท หรือ 68% ของกรอบโครงการ 50,000 ล้านบาท

ตัวเลขนี้สะท้อนความต้องการซื้อหรือปลูกสร้างบ้านของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง แต่มีจุดที่ต้องอ่านให้ครบ: ยอด 34,290 ล้านบาทเป็นวงเงินที่ผู้สนใจ “ลงทะเบียนเพื่อรับรหัสขอสินเชื่อ” ยังไม่ใช่ยอดอนุมัติ และการมีรหัสไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านการประเมินสินเชื่อ

## โครงการนี้ให้กู้อะไร

ธอส. ระบุว่า บ้านคนละหลัง PLUS รองรับการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อายุสัญญาสูงสุด 40 ปี มีกรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ผู้สนใจต้องลงทะเบียนผ่าน GHB Buddy เพื่อรับรหัส แล้วนำรหัสไปประกอบการยื่นคำขอที่สาขา ธอส.

ช่องทางลงทะเบียนเปิดถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าจะเต็มกรอบวงเงิน แต่ผู้กู้ยังต้องผ่านการตรวจสอบรายได้ ภาระหนี้ ประวัติเครดิต ความสามารถผ่อนชำระ และคุณสมบัติตามเกณฑ์ธนาคาร การลงทะเบียนเร็วช่วยสำรองความสนใจในกรอบโครงการ แต่ไม่ใช่การอนุมัติเงินทันที

ธอส. รายงานด้วยว่าเมื่อ 2 พฤศจิกายน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบสินเชื่อแก่ลูกค้าในอุดรธานีที่ผ่านอนุมัติแล้ว 8 ราย เป็นหลักฐานว่ามีผู้ได้รับสินเชื่อจริงบางส่วน แต่ไม่ควรนำจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมดไปนับเป็นผู้ผ่านอนุมัติ

## ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.60% ไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่ตลอดสัญญา

โครงการแบ่งผู้กู้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มรายได้ปกติได้อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1–2 ที่ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 อยู่ที่ 3.40% และปีที่ 4–5 อยู่ที่ 4.00% ส่วนกลุ่มที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ เริ่มปีที่ 1–2 ที่ 2.80% ปีที่ 3 อยู่ที่ 3.50% และปีที่ 4–5 อยู่ที่ 4.00%

ปีที่ 6–7 ทั้งสองกลุ่มใช้อัตรา MRR ลบ 2.00 จุดเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป ลูกค้ารายย่อยใช้อัตรา MRR ลบ 0.75 จุด และลูกค้าสวัสดิการ MRR ลบ 1.00 จุด ส่วนเงินกู้ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยใช้อัตรา MRR

ตัวอย่างผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 3,600 บาทต่อวงเงิน 1 ล้านบาทจึงเป็นเพียงเงินงวดช่วงต้น ไม่ใช่จำนวนที่คงที่ตลอด 40 ปี ภาระจริงเปลี่ยนตามวงเงิน ระยะเวลา ดอกเบี้ยในแต่ละช่วง และค่า MRR ซึ่งธอส. ระบุในประกาศล่าสุดว่าอยู่ที่ 6.145% ต่อปี แต่สามารถเปลี่ยนตามประกาศของธนาคาร

## ทำไมข่าวนี้กำลังเป็นกระแส

ยอดลงทะเบียน 68% ภายในเวลาประมาณสองสัปดาห์สะท้อนแรงกดดันด้านที่อยู่อาศัยและความต้องการดอกเบี้ยช่วงต้นที่ต่ำลง ในอีกด้านหนึ่ง วงเงินที่ผู้ลงทะเบียนระบุเฉลี่ยอยู่ใกล้เพดาน 3 ล้านบาทต่อราย ทำให้เห็นว่าผู้สนใจจำนวนมากต้องการใช้วงเงินเต็มเพดานเพื่อให้พอกับราคาบ้านหรือค่าก่อสร้าง

โครงการมีผลต่อเศรษฐกิจมากกว่าตลาดบ้าน เพราะการซื้อและปลูกสร้างเชื่อมกับวัสดุก่อสร้าง ช่าง ผู้รับเหมา เฟอร์นิเจอร์ และบริการในท้องถิ่น รัฐบาลจึงมองสินเชื่อนี้เป็นทั้งมาตรการช่วยครัวเรือนและกลไกกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ความสนใจสูงไม่ควรถูกตีความว่าครัวเรือนทุกแห่งพร้อมรับหนี้ระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำสองปีแรกช่วยลดภาระเริ่มต้น แต่ความสามารถผ่อนหลังปีที่ 5 และหลังเข้าสู่อัตราอิง MRR สำคัญกว่า

## สิ่งที่ผู้สนใจควรทำก่อนยื่น

เริ่มจากคำนวณค่างวดในหลายสถานการณ์ ไม่ใช่เฉพาะดอกเบี้ยปีแรก ควรทดลองกรณี MRR เพิ่มขึ้น ตรวจหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อเดิม รวมค่าประกัน ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าธรรมเนียมโอน ค่าตกแต่ง และเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อยหลายเดือน

จากนั้นตรวจว่าตนอยู่ในกลุ่มรายได้ปกติหรือกลุ่มผ่อนปรน เพราะอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นต่างกัน และสอบถามสาขา ธอส. ให้ชัดว่ารายได้แบบใดใช้ประกอบคำขอได้ การมีเงินดาวน์มากขึ้นหรือปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนยื่นอาจช่วยลดภาระรายเดือนและเพิ่มโอกาสผ่านเกณฑ์

## สิ่งที่ต้องติดตาม

ตัวเลขสำคัญรอบต่อไปไม่ใช่เพียงยอดลงทะเบียน แต่คือจำนวนคำขอที่ยื่นจริง จำนวนที่อนุมัติ วงเงินที่เบิกจ่าย และสัดส่วนผู้กู้ที่รักษาค่างวดได้หลังหมดช่วงดอกเบี้ยพิเศษ หากกรอบ 50,000 ล้านบาทเต็มเร็ว ธอส. อาจต้องแจ้งปิดรับก่อนปี 2573

สำหรับผู้สนใจ ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณให้ตรวจคุณสมบัติและเตรียมเอกสาร แต่ไม่ควรรีบก่อหนี้เพราะกลัวพลาดวงเงิน บ้านที่ผ่อนไหวตลอดสัญญาสำคัญกว่าดอกเบี้ยต่ำในสองปีแรก

แหล่งข้อมูล: [ธอส.—ยอดลงทะเบียนบ้านคนละหลัง PLUS วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569](https://www.ghbank.co.th/news/detail/public-relations/press-04-11-2026), [รัฐบาลไทย—รายละเอียดเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยแต่ละช่วง](https://www.thaigov.go.th/th/news/170283) และ [ธอส.—การมอบสินเชื่อที่อนุมัติแล้วในอุดรธานี](https://www.ghbank.co.th/news/detail/public-relations/press-02-11-2026)