กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 7 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ให้ประชาชนเตรียมรับสภาพอากาศแปรปรวนสองช่วงต่อเนื่อง: ประเทศไทยตอนบนเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนหนักบางแห่งระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน ก่อนที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในวันที่ 7–9 พฤศจิกายน
ประกาศนี้สำคัญเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนฉับพลันในช่วงที่หลายพื้นที่ตอนบนกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ผู้คนอาจคาดว่าอากาศจะเย็นและแห้ง แต่การแผ่ลงมาของมวลอากาศเย็นจากจีนกลับไปเสริมลมตะวันออกและความชื้น ทำให้เกิดพายุฝน ลมแรง และลูกเห็บได้ในระยะแรก
## พื้นที่ไหนได้รับผลก่อน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อนในช่วง 5–7 พฤศจิกายน จากนั้นจึงเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ลักษณะที่ต้องระวังคือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนักบางแห่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดจะเกิดพร้อมกันหรือรุนแรงเท่ากัน
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเก็บสิ่งของที่ปลิวได้ ตรวจหลังคาและป้ายชั่วคราว หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงพายุเข้า ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วเมื่อทัศนวิสัยต่ำ และไม่จอดรถใต้ต้นไม้หรือโครงสร้างที่เสี่ยงล้ม
สำนักงานเขตบางพลัดของกรุงเทพมหานครเผยแพร่คำเตือนสำหรับช่วง 5–7 พฤศจิกายนเช่นกัน โดยย้ำความเสี่ยงฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมขัง หากพบปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งสายด่วน 1555, Traffy Fondue หรือศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมถนนสายหลัก โทร. 0‑2248‑5115
## ภาคใต้เสี่ยงฝนสะสม 7–9 พฤศจิกายน
ช่วงถัดมาคือวันที่ 7–9 พฤศจิกายน ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ความเสี่ยงหลักจึงเปลี่ยนจากลมกระโชกกับลูกเห็บไปเป็นฝนสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม
ผู้ที่อาศัยริมคลองหรือเชิงเขาควรสังเกตระดับน้ำ สีของน้ำ และเสียงผิดปกติจากต้นน้ำ เตรียมย้ายของสำคัญขึ้นที่สูง และติดตามประกาศของจังหวัดหรือปภ.ในพื้นที่ ไม่ควรรอให้เห็นน้ำเข้าบ้านก่อนจึงเริ่มเคลื่อนย้าย เพราะน้ำป่ามักมาเร็ว
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจเส้นทางและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในกลุ่มฝนฟ้าคะนอง แม้ภาพรวมคลื่นนอกเขตฝนอาจไม่สูงเท่ากันทุกพื้นที่
## ทำไมอากาศแปรปรวนรอบนี้
สาเหตุหลักมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีนที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกันลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมประเทศไทย อ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น การปะทะระหว่างอากาศเย็นกับความชื้นจึงกระตุ้นฝนฟ้าคะนองในตอนบน และเพิ่มฝนทางภาคใต้
พยากรณ์ 7 วันของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ออกเวลา 12.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายนยืนยันกรอบเวลาเดียวกัน แต่การพยากรณ์ยังเปลี่ยนได้ตามตำแหน่งกลุ่มฝนจริง ผู้เดินทางจึงควรตรวจเรดาร์ฝนและประกาศฉบับล่าสุดก่อนออกเดินทาง มากกว่ายึดเพียงรายชื่อภาคกว้าง ๆ
## สิ่งที่ต้องติดตาม
ควรติดตามประกาศเลขฉบับใหม่ เพราะรายละเอียดจังหวัดและช่วงเวลาสามารถปรับได้เมื่อข้อมูลอากาศอัปเดต ช่องทางหลักคือเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182 และประกาศของจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สรุปสั้น ๆ คือ 5–7 พฤศจิกายนให้ตอนบนระวังพายุฝน ลมแรง และลูกเห็บ ส่วน 7–9 พฤศจิกายนให้ภาคใต้เน้นเฝ้าฝนสะสม น้ำป่า และคลื่นสูง การเตรียมของจำเป็นและตรวจสภาพแวดล้อมก่อนฝนมักช่วยลดความเสียหายได้มากกว่ารอรับมือเมื่อเหตุเกิดแล้ว
แหล่งข้อมูล: [กรมอุตุนิยมวิทยา—ประกาศเตือนภัยฉบับที่ 7](https://tmd.go.th/warning-and-events/warning-storm), [กรมอุตุนิยมวิทยา—พยากรณ์อากาศ 7 วัน ออก 4 พฤศจิกายน 2569](https://www.tmd.go.th/forecast/sevenday) และ [สำนักงานเขตบางพลัด—คำเตือนกรุงเทพฯ 5–9 พฤศจิกายน](https://webportal.bangkok.go.th/bangphlat/page/sub/2112/-/0/info/555466)



