กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยความคืบหน้าปฏิบัติการตรวจโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมว่า ระหว่างวันที่ 2–5 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจแล้ว 337 แห่งใน 5 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ จากเป้าหมายเร่งด่วนรวม 1,500 แห่ง
โรงงานที่อยู่ในขอบเขตหลักคือโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคัดแยก ฝังกลบ บำบัด หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว การตรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนตรวจเข้มที่เริ่มต้นต้นเดือนพฤศจิกายน หลังหน่วยงานรัฐตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจและระดมทีมตรวจร่วมกับหน่วยงานสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัญหาที่พบแบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ การติดตั้งหรือใช้เครื่องจักรไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาต การไม่ส่งรายงานตามที่กฎหมายกำหนด และระบบบำบัดมลพิษที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 337 แห่งคือจำนวนโรงงานที่เข้าตรวจ ไม่ใช่จำนวนโรงงานที่ถูกตัดสินว่าผิดทั้งหมด และหน่วยงานยังไม่ได้เผยแพร่ยอดสรุปแยกทุกคำสั่งทางปกครองของทั้ง 4 วัน
ภาพจากวันแรกของปฏิบัติการช่วยให้เห็นระดับการบังคับใช้ชัดขึ้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมรายงานว่า วันที่ 3 พฤศจิกายนมีการตรวจ 80 โรงงาน ในจำนวนนี้มี 1 แห่งเข้าข่ายถูกสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไข ขณะที่ 63 แห่งได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงตามมาตรา 37 ของพระราชบัญญัติโรงงาน ส่วนข้อมูลรวมของวันที่ 2–5 พฤศจิกายนต้องรอรายงานฉบับสรุปอีกครั้ง จึงไม่ควรนำตัวเลขวันแรกไปแทนผลสะสมทั้งหมด
เมื่อพบเหตุไม่เป็นไปตามเงื่อนไข กรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่าจะใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 37 และ 39 เพื่อสั่งระงับการกระทำ ให้แก้ไขปรับปรุง หรือหยุดประกอบกิจการชั่วคราวตามระดับปัญหา และอาจใช้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 52 และ 54 เพื่อควบคุมการจัดการวัตถุอันตรายให้เป็นไปตามหลักวิชาการ
เหตุที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจสูงคือ โรงงานจัดการกากเป็นจุดปลายทางของของเสียจากกิจกรรมอุตสาหกรรม หากเครื่องจักร ขั้นตอนจัดเก็บ หรือระบบบำบัดไม่ตรงตามใบอนุญาต ความเสี่ยงไม่ได้หยุดอยู่ในรั้วโรงงาน แต่อาจเชื่อมไปถึงดิน น้ำ อากาศ และชุมชนโดยรอบได้ ขณะเดียวกัน การตรวจเข้มต้องแยกระหว่างข้อบกพร่องด้านเอกสาร ข้อกำหนดทางเทคนิค และการกระทำที่เข้าข่ายอันตรายหรือผิดกฎหมายร้ายแรง เพื่อให้มาตรการได้สัดส่วนกับข้อเท็จจริงของแต่ละแห่ง
แผนเดิมของภาครัฐระบุว่า มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้จัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม 3,049 แห่ง โดยประมาณ 1,500 แห่งอยู่ใน 5 จังหวัดอุตสาหกรรมหลัก เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับโรงงานที่มีข้อร้องเรียนและพื้นที่เสี่ยงก่อน แต่การกำกับไม่ได้จำกัดเพียง 5 จังหวัด เพราะรัฐบาลประกาศให้ติดตามโรงงานลักษณะเดียวกันในจังหวัดอื่นด้วย
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปมีอย่างน้อยสามเรื่อง เรื่องแรกคือจำนวนคำสั่งให้แก้ไข หยุดชั่วคราว หรือดำเนินคดีจากผลตรวจสะสม เรื่องที่สองคือโรงงานที่ได้รับคำสั่งได้แก้ปัญหาจริงภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ และเรื่องที่สามคือการเปิดเผยข้อมูลให้ชุมชนตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผลตรวจระบบบำบัดและการจัดการวัตถุอันตราย
กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมรวบรวมผลตรวจ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดี เสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2569 เพื่อใช้กำหนดมาตรการระดับชาติ ดังนั้นข่าววันที่ 6 พฤศจิกายนเป็นรายงานความคืบหน้ากลางปฏิบัติการ ยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายว่ามีโรงงานผิดกฎหมายกี่แห่งหรือจะถูกลงโทษรูปแบบใดทั้งหมด
สำหรับบริบทของรอบข่าวนี้ วันที่ 6 พฤศจิกายนไม่ใช่วันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตามกำหนดปกติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าปกติออกรางวัลวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยวันออกรางวัลไม่มีผลต่อการเผยแพร่ข่าวตามรอบของ HOTSIA HOT
แหล่งข้อมูล: [กรมโรงงานอุตสาหกรรม—ผลตรวจวันแรก](https://www.diw.go.th/webdiw/pr69-489/), [กรมประชาสัมพันธ์—แผนตรวจโรงงานและมาตรการ 3 ระยะ](https://pscd.prd.go.th/th/content/category/detail/id/36/iid/556213), [กรมประชาสัมพันธ์—ตรวจทั่วประเทศและติดตามคำสั่ง](https://radionakhonphanom.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/557522), [TV5HD—ผลตรวจ 337 แห่ง](https://thaitv5hd.com/content/203444/%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-4-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-337-%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87) และ [สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล](https://www.glo.or.th/service/faq/award)



