ช่วงบ่ายวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 แม่น้ำเจ้าพระยาจะเป็นเส้นทางของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยกำหนดเริ่มจากท่าวาสุกรี เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

ข้อมูลจากรัฐบาลและกองทัพเรือระบุตรงกันว่า ขบวนครั้งนี้ใช้เรือพระราชพิธี 52 ลำ กำลังพลประจำเรือประมาณ 2,200 นาย จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย มีความยาวขบวนประมาณ 1,280 เมตร กว้าง 90 เมตร และเคลื่อนไปตามเส้นทางจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวราราม รวมระยะทางราว 3.9 กิโลเมตร

หัวใจของริ้วสายกลางคือเรือพระที่นั่งและเรือสำคัญ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือประทับ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์เป็นเรือพระที่นั่งรอง ส่วนเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชทำหน้าที่ตั้งบุษบกเชิญผ้าพระกฐิน ขณะที่ริ้วสายในมีทั้งเรือประตู เรือพิฆาต เรือรูปสัตว์ และเรือคู่ชัก และริ้วสายนอกประกอบด้วยเรือดั้งกับเรือแซง

การจัดขบวนไม่ได้เริ่มขึ้นเฉพาะในวันจริง กองทัพเรือวางแผนร่วมกับสำนักพระราชวังและกรมศิลปากรล่วงหน้า ตั้งแต่การซ่อมบำรุงเรือ การคัดเลือกและฝึกกำลังพล ไปจนถึงการซ้อมย่อย 10 ครั้งและซ้อมใหญ่เสมือนจริง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม การฝึกซ้ำเป็นเวลาหลายสัปดาห์มีความสำคัญ เพราะเรือแต่ละลำต้องรักษาตำแหน่ง ระยะ และจังหวะฝีพายให้สอดประสานกันตลอดแนวขบวนที่ยาวกว่าหนึ่งกิโลเมตร

รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับชมและร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ 16 จุดตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จุดที่ประกาศไว้ครอบคลุมวัดราชาธิวาส วัดเทวราชกุญชร ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย สวนสันติชัยปราการ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สวนนาคราภิรมย์ สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล วัดคฤหบดี ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สวนสุขภาพโรงพยาบาลศิริราช อุทยานสถานภิมุข วัดระฆังโฆสิตาราม และหอประชุมกองทัพเรือ

เหตุที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจสูงในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเรือเท่านั้น แต่เป็นการรวมมรดกช่างศิลป์ งานราชประเพณี การฝึกกำลังพล และภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ของเจ้าพระยาไว้ในเหตุการณ์เดียว เรือแต่ละกลุ่มมีหน้าที่และตำแหน่งตามแบบแผน การเคลื่อนขบวนจึงเป็นทั้งพระราชพิธีและการสืบทอดองค์ความรู้ที่ต้องอาศัยคนจำนวนมากทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ

สำหรับผู้ติดตามจากพื้นที่รับชม สิ่งที่ควรจับตาคือการจัดรูปขบวน 5 ริ้ว 3 สาย จังหวะการเคลื่อนผ่านช่วงสะพานพระราม 8 ถึงวัดอรุณ และบทบาทของเรือสำคัญในริ้วสายกลาง ควรตรวจประกาศของหน่วยงานทางการก่อนเดินทาง เนื่องจากพื้นที่ริมแม่น้ำอาจมีคนหนาแน่นและอาจมีการจัดการจราจรหรือปรับจุดเข้าชมตามสถานการณ์

อีกบริบทหนึ่งของรอบวันนี้คือวันที่ 6 พฤศจิกายนไม่ใช่วันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลตามกำหนดปกติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุว่าปกติออกรางวัลวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยการออกรางวัลหรือการเปลี่ยนวันไม่มีผลต่อการนำเสนอข่าวตามรอบของ HOTSIA HOT

หลังเริ่มขบวนเวลา 15.00 น. ประเด็นที่ต้องติดตามคือความเรียบร้อยของการเคลื่อนขบวน สภาพอากาศและการบริหารผู้ชมตลอดสองฝั่ง รวมถึงประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาล กองทัพเรือ และกรมประชาสัมพันธ์ ข่าวชิ้นนี้จึงอ้างอิงกำหนดการและข้อมูลเตรียมงานที่ยืนยันได้ก่อนเริ่มพระราชพิธี โดยไม่สรุปผลล่วงหน้าว่างานได้เสร็จสิ้นแล้ว

แหล่งข้อมูลโดยตรง: [รัฐบาลไทย—จุดรับชมและกำหนดเริ่มขบวน](https://www.thaigov.go.th/th/news/170683), [รัฐบาลไทย—การเตรียมความพร้อมและรายละเอียดขบวน](https://www.thaigov.go.th/th/news/168520), [กองทัพเรือ—รูปแบบ 5 ริ้ว 3 สาย](https://www.navy.mi.th/ikdzzieberrx), [กรมประชาสัมพันธ์—ประกาศวันพระราชพิธี](https://narathiwat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/557846) และ [สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล—กำหนดวันออกรางวัล](https://www.glo.or.th/service/faq/award)