ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเตรียมพักรับคำขอใบอนุญาตผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน หรือ Money Changer รายใหม่เป็นการชั่วคราวตลอดปี 2570 เพื่อใช้ช่วงเวลาดังกล่าวยกระดับมาตรฐานและประเมินผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว ก่อนเปิดรับรายใหม่ภายใต้หลักเกณฑ์ชุดใหม่ตั้งแต่ปี 2571
ผู้ที่วางแผนเริ่มธุรกิจร้านแลกเงินในปี 2570 ยังมีโอกาสยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์เดิมระหว่างวันที่ 1–30 ธันวาคม 2569 โดยต้องเตรียมเอกสารให้ครบตามคู่มือประชาชน และยื่นที่สำนักงานใหญ่หรือสำนักงานภาคของ ธปท. หลังจากรอบดังกล่าว จะไม่มีการเปิดรับรายใหม่ระหว่างปี 2570
## ไม่ได้หมายความว่าร้านแลกเงินจะหยุดให้บริการ
มาตรการนี้เป็นการพักรับใบอนุญาต “รายใหม่” ไม่ใช่คำสั่งปิดร้านแลกเงินทั้งหมด ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตอยู่ในปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจได้ แต่จะต้องปรับระบบและยื่นผลการดำเนินการตามมาตรฐานใหม่ภายในปี 2570 เพื่อให้ ธปท. ตรวจประเมินเป็นรายกรณี
สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การแลกเงินตามปกติยังทำได้ผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต สิ่งที่ควรทำคือเลือกใช้ร้านที่แสดงใบอนุญาตชัดเจน ตรวจอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมก่อนทำรายการ เก็บหลักฐานการแลกเงิน และไม่ยอมให้บุคคลอื่นใช้ชื่อหรือเอกสารของตนทำรายการแทน
ธปท. ระบุว่าเป้าหมายคือป้องกันไม่ให้ธุรกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลักถูกนำไปเป็นช่องทางสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย เคลื่อนย้ายเงิน หรือปกปิดที่มาของเงินจากอาชญากรรม โดยจะกำกับให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของธุรกิจ ไม่ใช้ข้อกำหนดแบบเดียวกับผู้ประกอบการทุกขนาดโดยไม่คำนึงถึงลักษณะการให้บริการ
## เกณฑ์ใหม่อาจเปลี่ยนอะไรบ้าง
เอกสารรับฟังความคิดเห็นของ ธปท. ก่อนหน้านี้ระบุประเด็นที่กำลังพิจารณา เช่น คุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาต ทุนจดทะเบียน การบริหารจำนวนสาขา มาตรฐานระบบงาน และวงเงินให้บริการลูกค้า ประเด็นเหล่านี้ยังต้องรอประกาศหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ จึงไม่ควรตีความว่าตัวเลขหรือรายละเอียดในร่างมีผลใช้บังคับแล้ว
สิ่งที่เห็นชัดคือผู้ประกอบการจะต้องมีระบบรู้จักลูกค้าและติดตามธุรกรรมที่เหมาะสมกับความเสี่ยงมากขึ้น ร้านขนาดเล็กอาจต้องลงทุนเพิ่มเติมในระบบบันทึกข้อมูล การตรวจสอบตัวตน การเก็บหลักฐาน และการอบรมพนักงาน ขณะที่ร้านที่มีหลายสาขาหรือรับธุรกรรมมูลค่าสูงอาจถูกตรวจเข้มกว่า
ธปท. จะเผยแพร่รายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่ภายในเดือนธันวาคม 2569 เมื่อกลับมาเปิดรับรายใหม่ในปี 2571 จะรับสมัครปีละสองรอบ คือเดือนมีนาคมและกันยายน ต่างจากระบบปัจจุบันที่หน้าแนะนำการขออนุญาตระบุการเปิดรับเป็นรายไตรมาสในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
## ทำไมข่าวนี้กำลังเป็นประเด็น
ร้านแลกเงินเป็นส่วนสำคัญของภาคท่องเที่ยวไทย แต่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินสดต่างประเทศจำนวนมาก จึงมีทั้งบทบาทอำนวยความสะดวกและความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน การฉ้อโกง และเงินเทา การพักรับรายใหม่หนึ่งปีจึงกระทบผู้ที่กำลังวางแผนเปิดธุรกิจโดยตรง ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการเดิมจะต้องพิสูจน์ความพร้อมมากขึ้น
ข่าวนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ ธปท. เตรียมยกระดับการกำกับธุรกิจการเงินนอกธนาคารหลายประเภท ทั้งบริการชำระเงิน การโอนเงิน การซื้อขายทองคำด้วยเงินสดมูลค่าสูง และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ การจัดระเบียบ Money Changer จึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ในการลดช่องว่างที่อาจถูกใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย ไม่ใช่มาตรการที่เกิดขึ้นโดดเดี่ยว
## สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
ผู้สนใจยื่นใบอนุญาตต้องติดตามคู่มือและเอกสารที่ ธปท. จะประกาศในเดือนธันวาคม เพราะคำขอที่ส่งไม่ครบอาจไม่ทันกรอบ 1–30 ธันวาคม 2569 ส่วนผู้ประกอบการเดิมควรติดตามเงื่อนไขเปลี่ยนผ่าน ระยะเวลาปรับระบบ และวิธีประเมินรายกรณี
สำหรับผู้ใช้บริการ ต้องติดตามว่ามาตรฐานใหม่จะเปลี่ยนขั้นตอนยืนยันตัวตน วงเงิน หรือเอกสารประกอบการแลกเงินหรือไม่ หากร้านใดอ้างว่ากฎใหม่ทำให้ต้องเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น ผู้ใช้ควรตรวจสอบกับ ธปท. โดยตรงก่อนส่งเอกสารสำคัญ เพราะหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ยังอยู่ระหว่างการเผยแพร่
แหล่งข้อมูลโดยตรง: [ข่าว ธปท. ฉบับที่ 43/2569](https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20261105.html), [เอกสารรับฟังความคิดเห็นเรื่องยกระดับ Money Changer](https://www.bot.or.th/th/laws-and-rules/public-hearing/public-hearing-20260819-money-changer.html), [ร่างหลักเกณฑ์ช่วงเวลายื่นคำขอ](https://www.bot.or.th/th/laws-and-rules/public-hearing/public-hearing-20260921-money-changer.html) และ [หน้าข้อมูลใบอนุญาต Money Changer](https://www.bot.or.th/th/our-roles/financial-markets/foreign-exchange-regulations/foreign-exchange-business/money-changer.html)



