คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 อนุมัติโครงการพัฒนาทักษะแรงงานด้านระบบพลังงานแสงอาทิตย์ วงเงิน 972,213,300 บาท ตั้งเป้าฝึกอบรมคนไทย 32,000 คน เพื่อรองรับงานออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบพลังงานสะอาดที่ขยายตัวจากโซลาร์รูฟท็อปไปถึงโซลาร์ฟาร์ม ระบบโซลาร์ลอยน้ำ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS
ตัวเลขนี้ทำให้ข่าวไม่ได้มีความหมายเฉพาะกับช่างไฟหรือผู้รับเหมาติดตั้งแผงเท่านั้น แต่เชื่อมโยงกับโจทย์ใหญ่สองด้านพร้อมกัน คือ การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศและการเตรียมแรงงานให้ทันเทคโนโลยีใหม่ หากคิดจากวงเงินรวมกับเป้าหมายผู้เข้าอบรม งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30,382 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการหารเชิงภาพรวม ไม่ได้หมายความว่าผู้เข้าอบรมแต่ละคนจะได้รับเงินจำนวนนี้โดยตรง
## ครม.อนุมัติอะไร
[ทำเนียบรัฐบาล](https://www.thaigov.go.th/th/news/170576) ระบุว่า โครงการมีชื่อว่าโครงการจ้างฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อการออกแบบติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี เงินที่ใช้มาจากกรอบเงินกู้ตามพระราชกำหนดสำหรับแก้ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
เป้าหมายหลักคือการยกระดับทักษะเดิม หรือ Up-skill และสร้างทักษะใหม่ หรือ Re-skill ให้แรงงานสามารถเข้าสู่งานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางมากขึ้น ทั้งการออกแบบ การติดตั้ง การตรวจสอบ และการบำรุงรักษาระบบอย่างปลอดภัย รัฐบาลให้เหตุผลว่าอุตสาหกรรมกำลังต้องการบุคลากรกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ขณะที่การขาดแคลนช่างเฉพาะทางอาจกลายเป็นคอขวดของการขยายพลังงานสะอาด
ด้าน [กระทรวงแรงงาน](https://www.mol.go.th/news/%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7-%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-one-stop-service-solar-rooftop-%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7) รายงานในวันเดียวกันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเข้าร่วมเปิดตัวบริการ “ONE STOP SERVICE SOLAR ROOFTOP” ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมการสาธิตมาตรฐานฝีมือแรงงานด้านโซลาร์เซลล์ จึงสะท้อนว่าฝั่งบริการประชาชนและฝั่งพัฒนากำลังคนกำลังถูกผลักดันควบคู่กัน
## ทำไมประเด็นนี้กำลังเป็นกระแส
มาตรการนี้เกิดขึ้นในวันที่รัฐบาลเดินหน้าชุดนโยบายโซลาร์ภาคประชาชน ทำให้คำถามไม่ได้หยุดอยู่ที่ว่าครัวเรือนจะติดตั้งแผงได้มากเพียงใด แต่รวมถึงว่าประเทศมีช่างที่ผ่านการฝึกและทำงานตามมาตรฐานเพียงพอหรือไม่ ระบบโซลาร์ยุคใหม่มีทั้งไฟฟ้ากระแสตรง อินเวอร์เตอร์ การเชื่อมต่อระบบจำหน่าย และแบตเตอรี่กำลังสูง ความผิดพลาดในการออกแบบหรือติดตั้งอาจกระทบทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และอายุการใช้งานของอุปกรณ์
รายงานของ [ข่าวสด](https://www.khaosod.co.th/economics/news_10451812) ยืนยันวงเงิน เป้าหมายผู้เข้าอบรม และขอบเขตทักษะในทิศทางเดียวกับข้อมูลรัฐบาล แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ขณะนี้ยังเป็นภาพระดับนโยบาย ยังไม่ใช่ประกาศเปิดรับสมัครอบรมสำหรับประชาชน
## ใครอาจได้ประโยชน์
กลุ่มที่มีโอกาสเกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ ช่างไฟฟ้า ช่างชุมชน ผู้รับเหมา บุคลากรภาคอุตสาหกรรม และแรงงานที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพเข้าสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด หากหลักสูตรเชื่อมกับมาตรฐานฝีมือแรงงานและความต้องการของนายจ้างได้จริง ผู้ผ่านการอบรมอาจมีเส้นทางงานกว้างกว่าการติดแผงบนหลังคาบ้าน เพราะตลาดยังครอบคลุมงานตรวจสอบ บำรุงรักษา ระบบควบคุม และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน
ภาคธุรกิจก็อาจได้ประโยชน์จากจำนวนบุคลากรที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากการขยายตัวของโครงการภาครัฐและการลงทุนเอกชนเกิดขึ้นพร้อมกัน อย่างไรก็ดี จำนวนคนที่ผ่านการอบรมไม่เท่ากับจำนวนคนที่มีงานทำโดยอัตโนมัติ คุณภาพหลักสูตร การฝึกภาคปฏิบัติ การทดสอบมาตรฐาน และการเชื่อมผู้เรียนกับสถานประกอบการจะเป็นตัวชี้ผลลัพธ์ที่สำคัญกว่าเป้าหมายเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว
## ต้องจับตาอะไรต่อ
รายละเอียดที่ยังต้องรอจากหน่วยงานรับผิดชอบคือ จังหวัดและศูนย์ฝึกที่จะเปิดสอน คุณสมบัติผู้สมัคร ระยะเวลาอบรม หลักสูตรย่อย ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เรียน ระบบรับรองหลังจบ และกำหนดเปิดรับสมัคร นอกจากนี้ควรติดตามว่าจากวงเงิน 972.2 ล้านบาท มีสัดส่วนสำหรับการฝึกภาคปฏิบัติ อุปกรณ์ ความปลอดภัย และการทดสอบมาตรฐานเท่าใด
อีกประเด็นคือการวัดผลหลังโครงการเริ่มเดิน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เรียนที่จบจริง จำนวนผู้ผ่านมาตรฐาน จำนวนที่ได้งานหรือเพิ่มรายได้ และการกระจายโอกาสไปต่างจังหวัด สำหรับผู้สนใจ ขณะนี้ควรรอติดตามประกาศโดยตรงจากกระทรวงแรงงานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อย่าเพิ่งชำระเงินหรือส่งข้อมูลส่วนตัวให้เพจที่อ้างว่าเปิดรับสมัคร หากยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการรองรับ



