จีนประกาศว่ากำลังติดตั้งไฟฟ้าพลังลมและแสงอาทิตย์รวมกันทะลุ 2,010 กิกะวัตต์แล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 เป็นครั้งแรกที่ตัวเลขผ่านหลัก 2,000 กิกะวัตต์ และคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดของประเทศ ซึ่งสำนักงานพลังงานแห่งชาติจีนระบุว่าอยู่ที่ 4,130 กิกะวัตต์

ในจำนวน 2,010 กิกะวัตต์นั้น โซลาร์มี 1,310 กิกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 16.5% จากปีก่อน ส่วนพลังลมมี 700 กิกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 20.4% ช่วงเก้าเดือนแรกของปี จีนเพิ่มกำลังลมและโซลาร์ใหม่รวมประมาณ 170 กิกะวัตต์ ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวมีขนาดใหญ่กว่าระบบไฟฟ้ารวมของหลายประเทศ และแสดงให้เห็นว่าการลงทุนพลังงานใหม่ของจีนยังเดินหน้าด้วยความเร็วสูง

อย่างไรก็ตาม คำว่า “กำลังติดตั้ง” ไม่ได้หมายความว่าระบบสามารถผลิตไฟได้เต็ม 2,010 กิกะวัตต์ตลอดเวลา กำลังติดตั้งคือขนาดสูงสุดตามป้ายกำกับของอุปกรณ์ภายใต้เงื่อนไขเหมาะสม แผงโซลาร์ผลิตไม่ได้ในเวลากลางคืนและลดลงเมื่อมีเมฆ ส่วนกังหันลมขึ้นอยู่กับความเร็วลม ไฟฟ้าที่ผลิตจริงจึงต่ำกว่าตัวเลขกำลังติดตั้งและเปลี่ยนแปลงตามเวลา สถานที่ และฤดูกาล

ข้อมูลการผลิตช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน โรงไฟฟ้าลมและโซลาร์ของจีนผลิตไฟรวม 1.9333 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 193.7 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนเพิ่มจากลมและโซลาร์คิดเป็น 64% ของการเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ นี่เป็นตัวเลขสำคัญกว่าแค่ขนาดแผงหรือจำนวนกังหัน เพราะแสดงว่าพลังงานใหม่กำลังรองรับความต้องการไฟที่เพิ่มขึ้นจริง

สำนักงานพลังงานแห่งชาติจีนยังระบุว่า ในวันที่ความต้องการไฟฟ้าฤดูร้อนขึ้นสูงสุด กำลังผลิตสูงสุดจากลมและโซลาร์ช่วงเที่ยงคิดเป็นมากกว่า 40% ของโหลดระบบในเวลานั้น ช่วยพยุงช่วงความต้องการสูงกลางวัน ขณะเดียวกัน การลงทุนในลมและโซลาร์ช่วงเก้าเดือนแรกคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการลงทุนด้านพลังงานทั้งหมดของจีน

เหตุที่ข่าวนี้กำลังได้รับความสนใจ ไม่ได้อยู่ที่การทำสถิติใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนโจทย์จาก “สร้างให้มาก” ไปสู่ “ใช้ให้ได้เต็มที่” เมื่อแหล่งผลิตจำนวนมากอยู่ในภาคตะวันตกและภาคเหนือซึ่งห่างจากเมืองและโรงงานชายฝั่ง ระบบจำเป็นต้องมีสายส่งระยะไกล โครงข่ายที่ยืดหยุ่น โรงไฟฟ้าที่ปรับกำลังได้เร็ว ระบบกักเก็บพลังงาน และตลาดไฟฟ้าที่ส่งสัญญาณราคาให้ผู้ใช้ย้ายช่วงเวลาใช้ไฟได้

การประชุมติดตามพลังงานหมุนเวียนของสำนักงานพลังงานแห่งชาติจีนเมื่อต้นเดือนตุลาคมยอมรับว่าบางพื้นที่ยังมี “คอขวด” ในการส่งไฟออกจากโครงการขนาดใหญ่ และข้อจำกัดในการเชื่อมต่อโซลาร์แบบกระจายตัว หน่วยงานจึงเรียกร้องให้เร่งเสริมโครงข่าย พัฒนากลไกตลาด และเพิ่มความสามารถในการรับ จัดสรร และควบคุมไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือสัดส่วนการผลิตไฟจริงจากลมและโซลาร์จะเพิ่มตามกำลังติดตั้งหรือไม่ เรื่องที่สองคืออัตราการจำกัดการผลิต หรือไฟที่ผลิตได้แต่ระบบรับไม่ไหว จะถูกควบคุมเพียงใด และเรื่องที่สามคือโครงสร้างราคาตลาดใหม่จะยังทำให้โครงการมีรายได้เพียงพอโดยไม่ผลักต้นทุนส่วนเกินไปยังผู้ใช้ไฟหรือไม่

สถิติ 2,010 กิกะวัตต์จึงเป็นทั้งความสำเร็จและบททดสอบ จีนมีฮาร์ดแวร์ลม–โซลาร์ในระดับที่ไม่เคยมีประเทศใดทำมาก่อน แต่ความสำเร็จของช่วงถัดไปจะวัดจากไฟสะอาดที่ส่งถึงผู้ใช้ได้ตรงเวลา ความมั่นคงของระบบ และต้นทุนรวมของการปรับโครงข่าย ไม่ใช่จำนวนแผงและกังหันที่ติดตั้งเพิ่มเพียงอย่างเดียว