เมืองกำปงชนังของกัมพูชาได้รับการรับรองเป็น “เมืองท่องเที่ยวปลอดบุหรี่” หลังจัดพิธีประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัด นับเป็นก้าวล่าสุดของกัมพูชาในการนำมาตรการควบคุมยาสูบมาเชื่อมกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว สุขภาพของคนท้องถิ่น และประสบการณ์ของผู้มาเยือน

สำนักข่าว AKP ของกัมพูชารายงานว่า Hor Sarun รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว เป็นผู้ประกาศการรับรอง โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข สภาจังหวัด ฝ่ายบริหารท้องถิ่น องค์การอนามัยโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนักศึกษาเข้าร่วม สาระสำคัญไม่ได้หยุดอยู่ที่การมอบป้ายหรือชื่อเมือง แต่เน้นให้สถานประกอบการท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎอย่างต่อเนื่อง

มาตรการหลักประกอบด้วยการติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่กฎหมายกำหนด การห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์ยาสูบในธุรกิจและสถานบริการด้านท่องเที่ยว ตลอดจนการสื่อสารให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเข้าใจข้อกำหนด โดยเจ้าหน้าที่เรียกร้องให้หน่วยงานระดับจังหวัดตรวจเข้มเป็นพิเศษช่วงวันหยุดและเทศกาล ซึ่งเป็นเวลาที่แหล่งท่องเที่ยวมีผู้ใช้บริการหนาแน่น

คำว่า “เมืองท่องเที่ยวปลอดบุหรี่” จึงไม่ได้แปลว่าห้ามสูบบุหรี่ทุกตารางเมตรของเมือง แต่หมายถึงการจัดระบบพื้นที่สาธารณะและสถานบริการให้เป็นไปตามกฎหมาย มีป้ายชัดเจน ลดการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง และจำกัดการโฆษณาที่อาจดึงดูดผู้ใช้รายใหม่ ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับการบังคับใช้จริงมากกว่าพิธีประกาศเพียงครั้งเดียว

กำปงชนังมีจุดขายที่ต่างจากเมืองท่องเที่ยวหลักของกัมพูชา ชื่อจังหวัดมีความหมายว่า “ท่าเรือแห่งหม้อ” และมีชื่อเสียงด้านเครื่องปั้นดินเผา ชุมชนริมน้ำ และหมู่บ้านลอยน้ำบนเส้นทางโตนเลสาบ การรับรองครั้งนี้จึงเชื่อมภาพเมืองหัตถกรรมและวิถีริมน้ำเข้ากับแนวคิดท่องเที่ยวสะอาด เหมาะกับครอบครัวและผู้เดินทางที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ

โครงการไม่ได้เริ่มต้นที่กำปงชนัง กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาเคยใช้เมืองกำปอตเป็นพื้นที่นำร่อง และกำปอตได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2566 จากนั้นแนวทางขยายไปยังเสียมราฐ พระสีหนุ กำปงจาม พระตะบอง แกบ ไพลิน และเมืองอื่น ๆ ในเครือข่าย การเดินหน้าจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่สู่เมืองรองสะท้อนว่ากัมพูชาต้องการให้มาตรฐานนี้เป็นระบบระดับประเทศ

ข้อมูลของเครือข่าย Smoke-free ASEAN ระบุว่า ณ สิ้นปี 2568 กัมพูชามีเมืองท่องเที่ยวปลอดบุหรี่ที่ประกาศแล้ว 9 เมือง ครอบคลุมประชากรราว 1.6 ล้านคนและผู้มาเยือนมากกว่า 5 ล้านคนต่อปี การเข้าสู่เครือข่ายของกำปงชนังในปี 2569 จึงช่วยขยายพื้นที่คุ้มครองไปยังเมืองริมโตนเลสาบและเพิ่มความหลากหลายของจุดหมายที่เข้าร่วม

องค์การอนามัยโลกให้ข้อมูลพื้นฐานว่า กัมพูชามีกฎหมายควบคุมยาสูบตั้งแต่ปี 2558 และออกข้อกำหนดห้ามสูบบุหรี่ในสถานที่ทำงานกับพื้นที่สาธารณะในปีถัดมา ประเทศยังเปิดบริการช่วยเลิกบุหรี่ 135 แห่งใน 11 จังหวัด และเคยมีธุรกิจท่องเที่ยวกับบริการ 511 แห่งผ่านการรับรองสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ในปี 2565 ผู้ฝ่าฝืนเขตปลอดบุหรี่อาจถูกปรับ 20,000 เรียลตามกรอบที่ WHO อธิบาย

เหตุที่ข่าวนี้กำลังเป็นกระแสคือการท่องเที่ยวหลังโควิดไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะจำนวนผู้มาเยือน แต่แข่งขันด้านคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย และสุขภาวะด้วย เมืองรองที่สร้างมาตรฐานชัดเจนอาจมีโอกาสดึงนักเดินทางแบบครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการเที่ยวชุมชนโดยไม่ต้องเผชิญควันบุหรี่ในร้านอาหาร โรงแรม ตลาด หรือแหล่งท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม การประกาศจะเห็นผลจริงต่อเมื่อมีการตรวจสถานประกอบการอย่างสม่ำเสมอ ป้ายไม่ถูกปล่อยให้ชำรุด ผู้ประกอบการเข้าใจกฎ และมีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่ใช้งานได้ อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบแบบใหม่ ซึ่งอาจเล็ดลอดผ่านกฎหรือถูกมองว่าไม่ใช่บุหรี่ทั่วไป ทั้งที่ยังสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้และคนรอบข้าง

หลังจากนี้ หน่วยงานกัมพูชามีแผนขยายแนวทางไปยังเมือง อำเภอ และแหล่งท่องเที่ยวสะอาดเพิ่มเติมในจังหวัดกำปงชนัง หากทำได้ต่อเนื่อง เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องปั้นดินเผาและชุมชนริมน้ำแห่งนี้อาจกลายเป็นตัวอย่างว่า นโยบายสาธารณสุขขนาดเล็กสามารถยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่นไปพร้อมกันได้