ลาวออกคำสั่งห้ามนำธนบัตรกีบมาทำเป็นช่อดอกไม้ ต้นเงิน และของตกแต่ง รวมถึงห้ามผลิต จำหน่าย หรือโฆษณาสินค้าประเภทนี้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวกลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจทันที เพราะช่อเงินเป็นของขวัญที่พบได้บ่อยในงานแต่งงาน งานรับปริญญา และพิธีทำบุญตามวิถีของชาวลาว

รายงานของ Laotian Times และสื่อ Lào–Việt ระบุว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าลาวออกประกาศเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 โดยครอบคลุมการนำธนบัตรไปพับ ติดกาว เย็บหรือบีบด้วยลวดเย็บ และประกอบเข้ากับวัสดุตกแต่งรูปแบบต่าง ๆ คำสั่งยังห้ามซื้อขายหรือแลกธนบัตรกีบ โดยเฉพาะธนบัตรใหม่ ในราคาสูงกว่ามูลค่าหน้าธนบัตรเพื่อหวังกำไร

เหตุผลที่ทางการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ของเงินตรา การพับ กาว และลวดเย็บทำให้ธนบัตรชำรุดเร็วขึ้น ใช้งานในระบบหมุนเวียนได้สั้นลง และเพิ่มภาระในการคัดแยกหรือทดแทนธนบัตร นอกจากนี้ ทางการยังมองว่าการนำเงินประจำชาติไปดัดแปลงเป็นวัตถุตกแต่งอาจกระทบต่อความเหมาะสมและการให้คุณค่าแก่เงินกีบ

คำสั่งมีผลกับธุรกิจ ร้านค้า ผู้ขายรายบุคคล ตลอดจนการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย หน่วยงานระดับแขวงและเมืองได้รับมอบหมายให้ชี้แจงกติกาแก่ผู้ประกอบการ ตรวจสอบการปฏิบัติตาม และประสานการบังคับใช้ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกตักเตือน ให้ความรู้ ปรับ หรือใช้มาตรการอื่นตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากลักษณะและระดับของการกระทำ

ประกาศฉบับใหม่นี้อ้างถึงกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดการธนบัตร ซึ่งออกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2025 และมีผลใช้ในปี 2026 รายงานของสื่อทั้งสองแห่งระบุว่า บุคคลที่จงใจทำให้ธนบัตรเสียหายหรือซื้อขายธนบัตรใหม่เพื่อกำไร อาจถูกปรับ 5 ล้านกีบหากยังฝ่าฝืนหลังได้รับการตักเตือน ส่วนค่าปรับ 10 ล้านกีบที่ถูกกล่าวถึงนั้นเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกติกาการแลกธนบัตรของธนาคารหรือสถาบันการเงิน ไม่ควรตีความว่าเป็นค่าปรับอัตโนมัติสำหรับร้านช่อดอกไม้ทุกแห่ง และกรณีทำผิดซ้ำอาจมีโทษเพิ่มขึ้นตามกฎที่เกี่ยวข้อง

เรื่องนี้กำลังเป็นกระแสเพราะไปแตะพื้นที่ระหว่างวัฒนธรรมของขวัญกับการกำกับดูแลเงินตรา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านดอกไม้และผู้ค้าออนไลน์ในภูมิภาคนิยมทำช่อเงินให้ดูโดดเด่น ถ่ายรูปสวย และมอบเป็นของขวัญที่มีมูลค่าในตัวเอง ผู้ซื้อจำนวนหนึ่งอาจไม่ได้ตั้งใจทำลายธนบัตร เพียงต้องการให้เงินสดดูพิเศษกว่าการใส่ซอง แต่กระบวนการผลิตบางแบบทำให้เงินไม่สามารถกลับมาใช้ได้ในสภาพปกติ

บริบทด้านเศรษฐกิจทำให้คำสั่งนี้มีน้ำหนักมากขึ้น ธนาคารแห่ง สปป.ลาว กำลังพยายามรักษาเสถียรภาพของเงินกีบและควบคุมเงินเฟ้อ โดยข้อมูลที่รายงานต่อสภาแห่งชาติเมื่อต้นเดือนตุลาคมระบุว่า เงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 7.9% สูงกว่ากรอบเป้าหมาย ขณะที่ทางการย้ำมาอย่างต่อเนื่องให้ใช้เงินกีบในการซื้อขายภายในประเทศ การดูแลสภาพธนบัตรและสกัดการขายธนบัตรใหม่เกินมูลค่าจึงเชื่อมโยงกับนโยบายสร้างความเชื่อมั่นในสกุลเงินของประเทศ

อย่างไรก็ตาม คำสั่งไม่ได้ห้ามการให้เงินเป็นของขวัญโดยตัวมันเอง ประเด็นที่ถูกห้ามคือการนำธนบัตรมาดัดแปลงจนเสี่ยงเสียหาย การผลิตและขายของตกแต่งที่ใช้ธนบัตรจริง รวมถึงการค้าธนบัตรใหม่เพื่อกำไร ผู้จัดงานและร้านของขวัญจึงยังปรับตัวได้ เช่น ใช้ซอง ของตกแต่งที่ถอดธนบัตรออกได้โดยไม่ทำให้เสียหาย หรือใช้กระดาษจำลองสำหรับประดับและมอบเงินแยกต่างหาก

สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ หน่วยงานท้องถิ่นจะให้ระยะปรับตัวแก่ร้านค้ามากน้อยเพียงใด การตรวจโฆษณาบนโซเชียลมีเดียจะเข้มข้นแค่ไหน และจะมีคำแนะนำรูปแบบของขวัญทางเลือกที่ชัดเจนหรือไม่ สำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยที่เดินทางไปงานมงคลในลาว ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือมอบเงินในซองหรือวิธีที่ไม่พับ เจาะ ติดกาว หรือเย็บธนบัตร เพื่อเคารพทั้งกฎหมายใหม่และเจตนาของเจ้าภาพ