ลาวเปิดตัว “โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและการค้า สปป.ลาว ระยะที่ 2” มูลค่า 4.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแก้ปัญหาที่กระทบผู้ประกอบการโดยตรง ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียนธุรกิจที่ซับซ้อน ไปจนถึงเวลารอผ่านพิธีการสินค้าที่ด่านชายแดน โครงการดำเนินงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2026 ถึงมีนาคม 2029 โดยมุ่งให้บริการภาครัฐด้านการค้าและธุรกิจเป็นดิจิทัลมากขึ้น
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ระบุว่า โครงการใหม่นี้ต่อยอดจากโครงการระยะแรก และให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการค้า การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และการยกระดับบริการสำหรับภาคเอกชน เป้าหมายไม่ได้อยู่แค่การนำแบบฟอร์มขึ้นเว็บไซต์ แต่รวมถึงการทำให้ขั้นตอนตั้งแต่ยื่นคำขอจนได้รับบริการเชื่อมโยงกันได้จริง
เอกสารโครงการของธนาคารโลกกำหนดตัวชี้วัดที่จับต้องได้ เช่น การลดเวลาเฉลี่ยในการตรวจปล่อยสินค้าที่ชายแดน และการเพิ่มสัดส่วนผู้ประกอบการที่ยื่นขอใบรับรองจดทะเบียนวิสาหกิจทางออนไลน์ งานสำคัญยังครอบคลุมการค้าไร้กระดาษ การปรับปรุงระบบเข้าสู่ธุรกิจ และการเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งเป็นจุดที่มักสร้างต้นทุนแฝงให้บริษัทขนาดเล็กมากกว่าบริษัทใหญ่
เหตุที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจในเวลานี้ เพราะลาวเป็นประเทศไม่มีทางออกทะเลและพึ่งพาการเชื่อมต่อทางบกกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ทุกชั่วโมงที่รถบรรทุกต้องรอ และทุกขั้นตอนที่ผู้ประกอบการต้องเดินทางไปยื่นเอกสาร จึงแปลงเป็นต้นทุนของสินค้าและเงินทุนหมุนเวียนโดยตรง ในช่วงที่ลาวพยายามเปลี่ยนสถานะจาก landlocked เป็น land-linked คุณภาพของด่านและระบบหลังบ้านมีความสำคัญไม่แพ้ถนนหรือทางรถไฟ
โครงการระยะแรกได้วางฐานไว้บางส่วนแล้ว ทั้งระบบจดทะเบียนธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารจัดการชายแดนร่วมกัน กลไกทบทวนมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี และโครงการสมทบทุนที่เข้าถึงธุรกิจกว่า 500 ราย ระยะที่สองจึงเป็นบททดสอบว่าโครงสร้างที่เริ่มไว้จะขยายเป็นบริการที่ใช้งานง่าย เชื่อถือได้ และเข้าถึงผู้ประกอบการนอกนครหลวงเวียงจันทน์ได้เพียงใด
วงเงิน 4.99 ล้านดอลลาร์อาจไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่โครงการเลือกเจาะ “คอขวด” ที่ส่งผลซ้ำทุกวัน หากลดเวลาตรวจปล่อยสินค้าได้จริง ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจะวางแผนขนส่งแม่นยำขึ้น ลดค่าใช้จ่ายจากการรอคอย และแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น ส่วนการจดทะเบียนออนไลน์ที่ทำครบวงจรได้จริงจะช่วยลดทั้งเวลา ค่าเดินทาง และช่องว่างในการเข้าถึงบริการของธุรกิจรายย่อย
อย่างไรก็ตาม การมีระบบออนไลน์ไม่ได้รับประกันว่ากระบวนการจะเร็วขึ้น สิ่งที่ต้องจับตาคือ หน่วยงานต่าง ๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้หรือไม่ ผู้ใช้สามารถทำรายการจนจบโดยไม่ต้องนำเอกสารชุดเดิมไปยื่นซ้ำหรือไม่ ระบบมีเสถียรภาพและเปิดเผยระยะเวลาดำเนินการชัดเจนเพียงใด รวมถึงมีช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทักษะดิจิทัลหรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังจำกัดหรือไม่
อีกตัวชี้วัดสำคัญคือผลลัพธ์นอกเมืองหลวง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนและผู้ประกอบการขนาดเล็ก หากเวลาเฉลี่ยที่ด่านลดลง การยื่นจดทะเบียนออนไลน์เพิ่มขึ้น และข้อร้องเรียนเรื่องขั้นตอนลดลงอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้อาจเป็นการปฏิรูปขนาดไม่ใหญ่แต่ให้ผลกว้างต่อระบบเศรษฐกิจลาว แต่หากเป็นเพียงการย้ายเอกสารจากกระดาษไปอยู่บนหน้าจอ โดยไม่ตัดขั้นตอนซ้ำซ้อน ผลต่อการแข่งขันก็จะจำกัด
ในช่วงต่อไปควรติดตามรายงานตัวชี้วัดของโครงการ การเปิดใช้บริการดิจิทัลแต่ละส่วน และข้อมูลเวลาตรวจปล่อยสินค้าก่อนและหลังปรับระบบ เพราะตัวเลขเหล่านี้จะบอกได้ชัดที่สุดว่าเงินลงทุนรอบใหม่ช่วยให้การค้าชายแดนและการเริ่มธุรกิจในลาวคล่องตัวขึ้นจริงหรือไม่
แหล่งข้อมูลโดยตรง: - กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว: https://moic.gov.la/en/news/lao-pdr-launches-second-competitiveness-and-trade-project-to-boost-economic-grow-mvghtlrf - เอกสารโครงการธนาคารโลก: https://documents1.worldbank.org/curated/en/099061826001010234/pdf/P512702-c2bbb794-6821-45be-a8c2-9adfd0da1ec2.pdf - Asia News Network: https://asianews.network/laos-launches-us5-million-project-to-cut-trade-costs-streamline-business-services/ - ธนาคารโลก — ภาพรวมเศรษฐกิจลาว: https://www.worldbank.org/ext/en/country/lao



