หน่วยเฉพาะกิจของกระทรวงป้องกันความสงบลาวบุกตรวจอาคารเช่าในบ้านช่างคู่ เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 หลังสงสัยว่าใช้เป็นฐานพนันออนไลน์และหลอกลวงทางไซเบอร์ เจ้าหน้าที่ควบคุมชาวต่างชาติ 27 คน พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือ 805 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 32 เครื่อง และแล็ปท็อป 3 เครื่องไว้ตรวจสอบ

สำนักข่าวแห่งชาติลาว หรือ KPL รายงานว่า ผู้ถูกควบคุมตัวประกอบด้วยชาวจีน 26 คนและชาวไทย 1 คน อุปกรณ์จำนวนมากถูกจัดไว้สำหรับการส่งข้อความอัตโนมัติและการทำงานออนไลน์ แต่รายงานเบื้องต้นยังไม่เปิดเผยว่ากลุ่มดังกล่าวใช้ชื่อแพลตฟอร์มใด มุ่งเป้าเหยื่อประเทศไหน หรือสร้างความเสียหายทางการเงินเท่าใด

อีกประเด็นที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนคือ หลังปฏิบัติการมีล่ามหญิงชาวลาววัย 31 ปีพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเจรจาจ่ายเงินโดยมิชอบแลกกับการปล่อยผู้ต้องสงสัย ตามคำกล่าวอ้างในรายงานของทางการ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเธอไว้สอบสวนด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งข้อหาปฏิบัติการสแกมและข้อกล่าวหาเรื่องสินบนยังเป็นเรื่องระหว่างการสอบสวน ผู้ถูกควบคุมตัวยังไม่ควรถูกถือว่ามีความผิดจนกว่าจะผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

เหตุผลที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจคือสัดส่วนอุปกรณ์กับจำนวนคน โทรศัพท์ 805 เครื่องเมื่อเทียบกับผู้ถูกควบคุมตัว 27 คนสะท้อนรูปแบบปฏิบัติการที่อาจใช้บัญชีจำนวนมากและระบบส่งข้อความซ้ำในปริมาณสูง แตกต่างจากการหลอกลวงรายบุคคลทั่วไป แต่จำนวนเครื่องเพียงอย่างเดียวยังไม่บอกจำนวนเหยื่อหรือมูลค่าความเสียหาย จำเป็นต้องรอผลตรวจพิสูจน์อุปกรณ์ บัญชีผู้ใช้ ซิมการ์ด และเส้นทางเงิน

ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว ลาวเร่งกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ตลอดปี 2569 โดยรายงานที่อ้างข้อมูลกระทรวงป้องกันความสงบระบุว่า ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์และพนันออนไลน์มากกว่า 10,500 คนจาก 31 สัญชาติ และดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้อง 153 คดี ตัวเลขดังกล่าวรวมหลายปฏิบัติการทั่วประเทศ จึงไม่ควรนำไปตีความว่าทุกคนอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน

ก่อนหน้านี้เพียงในนครหลวงเวียงจันทน์ก็มีการตรวจค้นโรงแรม อาคารเช่า และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น ปฏิบัติการเดือนกรกฎาคมที่ควบคุมผู้ต้องสงสัย 589 คนและยึดคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์หลายพันเครื่อง รวมถึงการบุกค้นในเดือนสิงหาคมและกันยายนหลายจุด รูปแบบที่เกิดซ้ำทำให้เจ้าหน้าที่มุ่งตรวจเจ้าของสถานที่ ผู้ให้เช่า นายหน้า และผู้ประสานงานในท้องถิ่นมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะคนที่นั่งทำงานหน้าเครื่อง

สำหรับประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือมีชาวไทยหนึ่งคนถูกควบคุมตัวในคดีล่าสุด แต่ยังไม่มีข้อมูลจากทางการว่าเป็นผู้ปฏิบัติงาน ผู้ดูแล หรือมีบทบาทอื่น และยังไม่มีประกาศเรื่องการส่งตัวกลับหรือการประสานคดีข้ามแดน จึงควรรอคำชี้แจงจากฝ่ายลาวและหน่วยงานกงสุลไทยก่อนสรุปสถานะ

สิ่งที่ต้องติดตามต่อมีอย่างน้อยห้าด้าน ได้แก่ ผลตรวจข้อมูลในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ จำนวนเหยื่อกับความเสียหายจริง ตัวตนของผู้ควบคุมเครือข่าย เส้นทางเงินและบัญชีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อหาที่อัยการจะใช้กับผู้ถูกควบคุมตัวแต่ละราย หากพบว่ามีเหยื่อถูกบังคับหรือค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ก็ต้องแยกผู้เสียหายออกจากผู้ร่วมกระทำผิดให้ชัดเจน ไม่เหมารวมทุกคนในสถานที่เดียวกัน

อ่านรายละเอียดปฏิบัติการล่าสุดจาก[สำนักข่าวแห่งชาติลาว](https://kpl.gov.la/en/detail.aspx?id=111563) ดูบริบทการกวาดล้างก่อนหน้าได้จาก[รายงานสถิติเก้าเดือนของ Laotian Times](https://laotiantimes.com/2026/10/07/177876/) และข้อมูลปฏิบัติการใหญ่เดือนกรกฎาคมจาก[สำนักข่าวแห่งชาติลาว](https://kpl.gov.la/En/detail.aspx?id=102293)