พายุไซโคลนกำลังแรง “มุราสุ” ขึ้นฝั่งรัฐอานธรประเทศทางตอนใต้ของอินเดียในช่วงเช้าวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 แต่ผลกระทบทางอ้อมยังแผ่ถึงเมียนมา กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาเมียนมาออกประกาศฉบับที่ 8 เมื่อเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เตือนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชก คลื่นสูง และความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันกับดินถล่มในช่วง 24 ชั่วโมงถัดไป
ประเด็นสำคัญคือ เส้นทางศูนย์กลางพายุไม่ได้มุ่งเข้าสู่ชายฝั่งเมียนมาโดยตรง “มุราสุ” เคลื่อนขึ้นฝั่งระหว่างเมืองเนลลอร์กับนรสปุระ ใกล้เมืององโกลของอินเดีย ก่อนมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเมื่อเคลื่อนลึกเข้าแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม ระบบพายุขนาดใหญ่ยังดึงความชื้นและทำให้สภาพทะเลในอ่าวเบงกอลแปรปรวน จึงเกิดผลกระทบห่างจากจุดขึ้นฝั่งได้
ประกาศของเมียนมาระบุว่า ใน 24 ชั่วโมงหลังออกคำเตือน อาจมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองตั้งแต่กระจายตัวไปจนถึงค่อนข้างทั่วไปในกรุงเนปิดอว์ และเขตย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ พะโค มะกเว สะกาย อิรวดี ตะนาวศรี รวมถึงรัฐกะฉิ่น คะยา กะเหรี่ยง ชิน มอญ ยะไข่ และฉาน รายชื่อพื้นที่ยาวไม่ได้หมายความว่าทุกจุดจะเจอสภาพรุนแรงเท่ากัน แต่สะท้อนว่าความชื้นจากพายุครอบคลุมกว้างและสภาพอากาศอาจเปลี่ยนเร็ว
พื้นที่ทะเลต้องระวังเป็นพิเศษ กรมอุตุนิยมวิทยาเมียนมาคาดว่า บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ อ่าวเมาะตะมะ และตลอดแนวชายฝั่ง อาจมีลมกระโชก 25–30 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 40–48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คลื่นสูงราว 6–8 ฟุต หรือประมาณ 1.8–2.4 เมตร เรือขนาดเล็ก การขนส่งทางน้ำ และกิจกรรมประมงจึงควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนออกเดินทาง แม้ศูนย์กลางพายุจะอยู่ในอินเดียแล้วก็ตาม
ฝั่งอินเดีย กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียรายงานว่า “มุราสุ” ขึ้นฝั่งชายฝั่งอานธรประเทศใกล้องโกล ด้วยความเร็วลม 100–110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบมีแนวโน้มอ่อนจากพายุไซโคลนกำลังแรงเป็นพายุไซโคลน และลดระดับต่อไปหลังขึ้นฝั่ง การอ่อนกำลังของศูนย์กลางช่วยลดความเสี่ยงในระยะถัดไป แต่ไม่ได้ทำให้แถบฝนและทะเลแปรปรวนหายไปทันที
เหตุที่ข่าวนี้สำคัญต่อเมียนมาคือ ภูมิประเทศหลายส่วนมีทั้งแนวชายฝั่ง ดินดอนสามเหลี่ยม แม่น้ำสายเล็ก และพื้นที่ภูเขา เมื่อฝนตกหนักในช่วงสั้น ๆ น้ำอาจไหลหลากเข้าสู่ชุมชนต่ำ ส่วนพื้นที่ลาดชันเสี่ยงดินถล่มเพิ่มขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาจึงเตือนให้เตรียมพร้อมรับฝนหนัก ลมแรง ฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลูกเห็บ น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม รวมถึงให้หน่วยงานด้านขนส่งทางน้ำ เที่ยวบินภายในประเทศ และเขื่อนชลประทานติดตามสถานการณ์
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้มีสามเรื่อง เรื่องแรกคือความเร็วในการอ่อนกำลังของพายุบนฝั่งอินเดีย เพราะหากอ่อนเร็วกว่าคาด อิทธิพลต่ออ่าวเบงกอลจะลดลงตาม เรื่องที่สองคือปริมาณฝนจริงในเขตอิรวดี ย่างกุ้ง พะโค ตะนาวศรี และรัฐชายฝั่ง ซึ่งเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงน้ำหลากเฉพาะจุด เรื่องที่สามคือประกาศคลื่นลมฉบับถัดไป เนื่องจากระดับคลื่นเปลี่ยนได้ตามตำแหน่งแถบฝนและลมกระโชก
สำหรับประชาชนและนักเดินทาง ควรยึดประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเมียนมาเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำเล็ก และชายฝั่งเมื่อมีฝนฟ้าคะนอง ไม่ใช้ข้อมูลจากภาพเก่าหรือโพสต์ที่ไม่ระบุเวลา และตรวจสถานะเที่ยวบินหรือเรือกับผู้ให้บริการโดยตรง ข่าวนี้ยังไม่ใช่คำยืนยันว่าจะเกิดภัยรุนแรงทุกพื้นที่ แต่เป็นสัญญาณให้เพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่อิทธิพลพายุยังคงอยู่
แหล่งข้อมูล: - [กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาเมียนมา: ประกาศฉบับที่ 8](https://moezala.gov.mm/en/news/134821) - [กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดีย: คลังประกาศพายุไซโคลน](https://mausam.imd.gov.in/responsive/cyclone_bulletin_archive.php?id=2) - [ระบบติดตามพายุของรัฐอานธรประเทศ](https://apsdmagis.ap.gov.in/weather-watch/cyclone.html)



